ตอนที่8 ชั่ววูบ...........?
ตอนนี้ผมกำลัง งง กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เรื่อง แบงค์ไม่มาตอนนี้ไม่ใช่ประเด็นแล้ว
.
.
แต่ประเด็นที่เอาผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกก็คือ
-ทำไมแบงค์ถึงได้บอก นัท ล่ะ-
.
.
-ทำไมแบงค์ถึงไม่โทรมาบอกล่ะ-
.
'หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามาถติดต่อได้ในขณะนี้กรุณาฝา.......'
ตื้ด!!!
ผมพยายามติดต่อแบงค์อยู่หลายครั้ง แต่ทว่ากลับไม่สามารถติดต่อได้เลย
.
-เอาน่ะแบงค์เขาคง เห็นว่าเป็นเด็กใหม่(ตรงไหน)คงต้องการให้เขากับเพื่อนๆ ในห้องให้ได้ล่ะมั้ง-
.
.
"ป่ะ ไปกันเหอะ นัทหิวแล้ว" นัทพูดกับกลุ่มเพื่อนๆ "วันนี้ใครจะกินอะไรบอก นัทเลี้ยงเอง"
สิ้นเสียงของนัท เพื่อนๆ ต่างเฮกันใหญ่(หวังกินฟรีจริงๆ ด้วย -*-)
มายด์เดินเข้ามาหาผม ทำหน้าเป็นเชิงถามผมว่า -เป็นไรไป-
ผมไม่ต้องการให้มายด์ต้องมาลำบากใจ จึงส่ายหัวกลับไป
"ไปเหอะมายด์ ไม่มีไรหรอก แบงค์เขาคงติดธุระจริงๆ น่ะล่ะ"
ผมฝืนยิ้มให้มายด์ แล้วจับมือมายเดินตามกลุ่มเพื่อนๆ เข้าไป
.
.
นัท พาเพื่อนๆ ไปยังร้านนู้นร้านนี้ ทั้ง MK สเวนเซ่น พิซซ่าฯลฯ (กะจะเหมาห้างกันเลยใช่มั้ยเนี่ย - -)
.
.
เหล่าเพื่อนๆ ต่างสนุกสนานชอบใจกันใหญ่ (แหงสิ ตัวเองไม่ต้องจ่ายตังค์นิ-*-)
แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกสนุกสนานไปด้วยนะ
.
-เพียงเพราะแบงค์ไม่มาคนเดียวเนี่ยนะ-
.
.
.
-อย่าไปคิดในแง่ร้ายสิ ทำไมชอบคิดในแง่ร้ายจังเนี่ย-
.
ผมพยายามที่จะฝืนอารมณ์ตัวเองให้ปกติ พยายามทำตัวเฮฮา กับเหล่าเพื่อน
แต่ในใจกลับว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูก
.
.
"นันท์" มายด์ทักผม "ไม่เป็นไรแน่นะ"
"ไม่หรอก สบายดี" ผมยิ้มให้มายด์
"ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ จะได้พาออกไป"
มายด์พูดกับผมด้วยความเป็นห่วง
"อย่าคิดมากนะ มันคงไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก เชื่อใจในตัวแบงค์สิ"
มายด์เหมือนจะเดาใจผมถูก
"อืม....."
ผมยิ้มให้มายด์
.
.
"ไปดูหนังกันมั้ย ทุกคน" นัทหันมาถามเหล่าสมาชิกผู้หิวโหย (ใช้คำนี้จะโดยด่ามะเนี่ย-*-)
"เย้!!!!!!!!!!!!!!!"
หึหึ มีเรอะที่ พวกเธอจะปฎิเสธ - -
"ว่าแต่จะดูเรื่องอะไรกันดีล่ะ"
นัทถามเพื่อให้ทุกคนลงความคิดเห็น
.
ต่างคนก็ต่างออกความคิดเห็นกันไป ผมปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งด้านข้าง
คิดอะไรเรื่อยเปือยเพื่อพยายามให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
"เป็นอะไรไป ดูสีหน้าไมสดชื่นเลยนะ"
นัทเดินเข้ามาหาผมแล้วถาม
.
.
"ป่าว" ผมตอบไปแบบห้วนๆ พร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น
"......."
นัทเงียบไม่พูดอะไร
"......."
ผมเหลือบไปมอง นัท แว่บนึง (หันไปมองทำไมไม่รู้ - -)
.
.
"นันท์"
นัทพูดกับผมเรียบๆ
"อะไร"
ผมตอบกลับ ทำท่าจะลุกขึ้นเดิน แต่นัทก็ฉุดมือผมไว้
"นัทไม่รู้นะ ว่านันท์ ทำไมถึงจงเกลียดจงชังเรานัก หรือเพราะเรื่องวันนั้นเหรอ"
นัทพูดเรียบแต่ทว่าเสียงกลับดูสั่นเครือ
"......" ไ
ร้ซึ่งคำพูด ใดๆ จากปากของผม
"ถ้ามันเพราะเรื่องวันนั้นล่ะก็" นัท ก้าวเข้ามาใกล้ๆ "มันไม่ใช่อย่างที่นันท์คิดนะ"
"......"
ผมไม่พูดอะไร พยายามถอยตัวออกมา
"แล้วเรื่องที่ผ่านมาของเรา ก็ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่นๆ หรืออารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น" นัทพูดเน้นคำ "นัทไม่รู้นะว่าตอนนี้ นันท์มองนัทเป็นอะไร"
"......"
"นัทอาจจะไม่ใช่คนสำคัญสำหรับนันท์ก็ไม่เป็นไร แต่นันท์......."
.
"นันท์คือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับนัทนะ"
.
.
"......." ผมนิ่งเงียบ ไม่พูดจาอะไร
.
"นัท" ผมเอ่ยขึ้นมา นัทมองหน้าผม ด้วยสายตาที่เศร้า
"พอเหอะ อย่าไปรื้อฟื้นมันอีกเลย"
ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเช่นกัน
"คนผิดไม่ใช่ นัทหรอก แต่เป็นนันท์...................."
"แต่ นันท์"
"อย่าๆ หยุดอย่าพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากให้มันเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็อย่าพูดถึงมันอีก"
ผมหันไปพูดกับนัท
.
.
"ขอร้องล่ะ ถ้าไม่อยากให้นันท์รู้สึกแย่ไปกว่านี้ นัทก็ควรเริ่มต้นใหม่ดีกว่านะ"
.
.
.
"ไม่ว่าจะยังไง มันก็กลับไปเป็นอย่างเคยไม่ได้ใช่มั้ย"
นัทถามผมด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าๆ
.
.
ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ ออกจากปากของผม ต่างฝ่ายต่างเงียบงัน
.
.
.
"นันท์ ที่จริงตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมถึงช่วงเวลานั้น นันท์รักแบงค์มาตลอดใช่มั้ย"
อึก!!!!!
"........."
"ตอบมาสิ ไม่ต้องกลัวว่านัทจะเสียใจหรอก เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจไปมากกว่านี้แล้ว"
นัทพูดออกมา น้ำตาเริ่มเอ่อล้น
"......."
"บอกมาเถอะ ว่าตลอดเวลาของเราที่ผ่านมา นันท์ไม่เคยรักนัทเลย"
.
.
.
.
"ใช่" ผมตอบออกไป "นันท์รักแบงค์มาตลอด......."
"ทั้งๆ ที่แบงค์ก็ มีใครบางคนอยู่ในใจแล้วเนี่ยเหรอ"
ฉึก!!!!!!!!<<<<รู้สึกเหมือนโดนใจดำ
"ถ้าตอนนั้น นันท์ยังรักแบงค์อยู่แล้วทำไม นันท์ถึงได้.."
.
.
"หยุด!!!!!"
ผมรีบขัดคำของนัท เมื่อเขากำลังจะรื้อฟื้นเรื่องราวบางอย่าง
"บอกแล้วไงว่าอย่าไปพูดถึงมันอีก"
.
.
.
"ถ้าอย่างนั้น" น้ำตาของนัทเริ่มหล่นลงทีละเล็กทีละน้อย "ตลอดเวลาที่ผ่านมา นัทไม่เคยมีค่าอะไรเลยใช่มั้ย"
"........."
"ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร"
นัทเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา
"งั้นนัทขอถามคำถามเดียวแล้วนัทจะไม่ถาม ไม่เข้ามายุ่งอีกเลย"
นัททำเสียงเข้มขึ้น
"แต่นันท์จะตอบไม่ตอบก็ได้นะ"
.
.
"ถ้าวันนั้น มันไม่ใช่ นัทล่ะ"
"........"
"ถ้าวันนั้น คนๆนั้นเป็น แบงค์ล่ะ นันท์รังเกียจ รึยินยอมไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น"
"........"
"ถ้านันท์คิดว่า นั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แล้วชั่ววูบนั้น กลับเป็นแบงค์ล่ะ"
.
.
..
.
.........................
ผมได้แต่ก้มหน้า ไร้ซึ่งคำตอบใดๆออกไป..............
.
.
.
.
.
.
----------
ที่บ้าน
.
.
.
.
สรุป วันนี้ผมไม่ได้เข้าไปดูหนังกับเขาหรอก ไม่มีอารมณ์เข้าไปดู
.
ไม่สิ ไม่กล้าสู้หน้านัทต่อมากกว่า
.
เหตุการณ์ในอดีตมันหวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง
-คนผิดคือเราเอง ที่เผลอตัวไปในวั้นนั้น-
-เราผิดเองที่เกินเลยไปเอง-
-เราผิดเองที่ให้ความหวังเค้าทั้งๆ ที่ในใจเราไม่มีเค้าอยู่เลยสักนิด-
.
.
--ถ้าวันนั้น คนๆนั้นเป็น แบงค์ล่ะ นันท์รังเกียจ รึยินยอมไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น--
คำพูดของนัทแทรกเข้ามาให้ความคิด
--ถ้านันท์คิดว่า นั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แล้วชั่ววูบนั้น กลับเป็นแบงค์ล่ะ--
อย่าไปคิดอะไรถึงมันสิ
.
.
ตอนนี้จิตใจผมว้าวุ่นไปหมด คิดอะไรไม่ออก รู้สึกสับสนไปหมดทุกอย่าง
.
ตอนนี้ สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ มันถูกต้องมั้ย มันเป็นสิ่งที่ดีแล้วเหรอ จุดพอดี มันอยู่ตรงไหนกันแน่
.
เรื่องราวทั้งหมด มันก่อเกิดขึ้นมาเพียงเพราะผมเพียงคนเดียว แต่ผมกลับ วิ่งหนีมัน แล้วโยนความผิดไปให้กับอีกคน
.
มันถูกแล้วเหรอ...............
..
.
.
-----------
วันรุ่งขึ้น
ผมลุกขึ้นจากที่นอนอย่างงัวเงีย ไม่รู้สึกสดชื่นเลย
ไม่รู้สิ มันรู้สึกว่ามันเบื่อๆ หดหู่ยังไงไม่รู้ เหมือนไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่รอบๆ ตัวเองมันก็น่าเบื่อไปหมดทั้งนั้น
.
.
เฮ้ออออออ จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ
.
.
ไม่อยากไปโรงเรียนเลยง่า ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ
.
.
................
นันท์
เสียงมายด์ทักผม ในขณะที่ผมกำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียน
ว่าไง มีไรเหรอ
ผมทักทายกลับไปด้วยน้ำเสียงเบลอๆ เล็กน้อย - -
เป็นไรเนี่ย ดูนันท์ไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ มีไรบอกกันมั่งสิ อย่าเก็บเงียบไว้คนเดียว
.
.
อืม........ไม่มีไรหรอก ไม่ต้องห่วง ก็แค่..........เบื่อๆ แค่นั้นล่ะ ไม่มีไรมากหรอก เดี๋ยวก็หาย
ผมยิ้มเล็กๆ ให้มายด์ มายด์เองก็ยิ้มให้ผมเช่นกัน
.
หรือว่า ประจำเดือนไม่มา เลยซึมๆ หว่า
บ้าดิ มีซะที่ไหนเล่า - -
มายด์หยอดมุขซ้า - -
.
.
ผมกับมายด์กำลังจะเดินขึ้นบนอาคารเรียนพร้อมกัน ในขณะที่กำลังเดินขึ้นไปนั้นเอง ผมก็ต้องหยุดกึกในทันที เมื่อได้พบกับ.....
.
แบงค์!!!!
.
.
ทั้งผมและแบงค์ (รวมทั้งมายด์ด้วย) ต่างนิ่งเงียบกันทันทีที่ได้เจอ
.
.
ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ได้แต่ก้มหน้าก้มตา
.
เอ่อ หวัดดี นันท์........
แบงค์ทักผมด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ทำอะไรไม่ถูกยิ่งขึ้นกว่าเดิม
.
.
-เป็นอะไรไปเนี่ยเรา ก็คุยกับเขาไปเซ่-
.
..........
-เรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยๆ แค่นี้เอง จะเอามาคิดมากทำไมนักหนาน่ะห๊ะ นันท์-
...........
.
.
-ก็พูดกับเขาไปเซ่ จะมัวนิ่งเงียบแบบนี้ มันได้อะไรดีขึ้นมามั้ยน่ะ-
.
.
.........
มายด์พยายามจะพูดอะไรกับผมสักอย่าง ดูมายด์เองก็คงลำบากใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน
.
ตึ่กๆๆๆๆๆ
นันท์ เดี๋ยว นันท์!!!!!!!!!!!
.
.
.
.
เอาอีกแล้ว ผมหนีออกมาโดยไม่ได้พูดจาอะไรอีกแล้ว
ทำไมผมถึงได้นิสัยแย่แบบนี้นะ เอาแต่หนี ปัญหาไม่ยอมสู้หน้า ไม่ยอมเผชิญหน้ากับมันสักที
.
.
ทำไมผมถึงเป็นคนแบบนี้นะ
ฮึ่ก!!!!!!
.
.
น้ำตาของผมมันร่วงออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ผมนี่มันแย่จริงๆ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ฟังความคิดของคนอื่น อยากได้อะไร ก็ต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
โดยที่ไม่เคยรับรู้เลยว่าอีกฝ่ายเขาจะคิดยังไง
.
.
ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองมีข้อเสียแบบนี้ แต่ทำไม.......
ทำไมผมถึงยังคงเป็นแบบนี้ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองสักที
.
.
ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนแบบนี้
แต่ทำไมทุกคนถึงยังอยู่เคียงข้างผม ยังคงให้อภัยผม
.
แล้วผมล่ะ ทำอะไรดีพอแล้วรึยัง ถึงได้ร้องเรียกจากคนอื่นมากมายอยู่แบบนี้
.
.
ถ้าผมยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป
สักวันถ้าผมจะถูกทิ้ง ก็คงไม่แปลกหรอก........................
.
.
.......................................................
หลังเลิกเรียน
เฮ้ย นันท์ อย่าลืมนะ พรุ่งนี้เอาแผ่นหนังมาให้ด้วยล่ะ อยากดู
อืมๆ ไม่ลืมๆ
เสียงของเพื่อนในห้องน่ะครับ มันจะขอยืมหนังไปดูน่ะ
.
.
เฮ้ออออออออ สรุปวันนี้ก็เป็นวันที่น่าเบื่อสำหรับผมไปอีก 1 วัน
ผมกับแบงค์ยังคงไม่ได้พูดคุยอะไรกันเหมือนเดิม
.
ไมสิ ต้องเรียกว่าผมต่างหากล่ะ ที่เป็นฝ่ายไม่พูดคุยกับแบงค์
.
.
เฮ้ออออออ (รอบที่เท่าไรแล้วฟระ)
ก็รู้นะว่ามันไม่ดีที่ทำตัวแบบนี้น่ะ
.
.
แต่มัน....................
ไมรู้สิ มันบอกไมถูก เหมือนตัวเองรู้สึกผิดอะไรสักอย่าง เลยทำให้ไม่กล้าสู้หน้ายังไงไม่รู้สิ -*-
.
.
ว้อยยยยยยยย หงุดหงิดตัวเองเป็นที่สุด ให้ตายสิ
.
แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้คุยกับแบงค์ตามปกติล่ะ ฮือๆ
.
.
.
อ้าว นันท์!!!!
เสียงใครสักคนที่คุ้นหูผมทักผม ในขณะที่ผมกำลังเดินเรื่อยเปื่อย เพื่อจะไปขึ้นรถเมล์กลับบ้านอยู่
อ่าว พล อ้อ เม่นก็มาด้วย
พล กับตี๋เอ๋อ น่ะครับ ทั้งคู่กำลังนั่งกินไอศกรีมกันอย่างน่าอร่อยเชียว
.
.
บรยากาศของร้านไม่เข้ากันเลยกะ 2 คนนี้ เหอๆ -*-
คนนึงดูเถื่อนๆ ส่วนอีกคนดูจืดๆ (ไปว่าเค้า แกเองก็ไม่ได้หน้าตาดีไปกว่าเค้าซักเท่าไรละวะ ไอนันท์ -*-)
เฮ้ย จะไปไหน มาๆๆ เข้ามากินไรกันก่อนมา
พลเรียกผมให้เข้าไปในร้าน แต่ผมส่ายหน้าและทำท่าเป็นเชิงว่า ตรูไม่มีเงิน ให้กับพล -*-
เออ กรูเลี้ยงเองก็ได้ เข้ามาก่อนมา
ผมเดินเข้าทันทีอย่างไม่ขัดศรัทธา 555+
.
.
ผมสั่งเมนูของผมไปเรียบร้อย ไม่นานนักพนักงานก็นำมันมาเสิร์ฟให้กับผม
เซ็งว่ะ แม่ง ช่วงนี้มีงานเชรี่ยไรนักหนาก็ไม่รู้ นี่อีกเดี๋ยวก็มีสอบย่อยอีก น่าเบื่อว่ะ
พลบ่นไปเรื่อย ผมเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับ
.
ว่าแต่เมิงเหอะ นันท์ เป็นไรไปวะ เห็นเมิงดูซึมๆ
พลหันมาถามผม พลางกับหยิบทิชชู่ให้กับตี๋เอ๋อ (ไอศกรีมเลอะเสื้อตี๋เอ๋อน่ะ -*-)
ป่ะ....ป่าวน่ ก็ปกติดี
ผมตอบแบบอ้อมๆ แอ้ม
ทะเลาะกะไอแบงค์มันมาอ่ะดิ
อึก!!!!!! รู้ได้ไงฟะ -*-
.
ไมคิดงั้นอ่ะ
ก็หน้าเมิงมันฟ้องนี่ อีกอย่างคนที่ทำให้เมิงกระดี้กระด้าได้ หรือ อึมครึมได้ ก็มีแค่ไอแบงค์มันคนเดียวล่ะวะ ที่กรูเห็นน่ะ
ง่ะ ดูง่ายขนาดนั้นเชียวเรอะ -*-
ก็...........ก็...............
ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่อ้ำอึ้ง
.
.
เอาเหอะๆ ถ้าเมิงไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร
พลตัดคำพูดของผม พลางช่วยตี๋เอ๋อเช็ดเสื้อที่เลอะไอศกรีมกันอย่างเมามันส์ (ตรงไหนฟระ -*-)
ก่อนที่จะหันมาพูดกับผมอีกครั้งว่า
.
.
แต่กรูจะบอกไรเมิงอย่างนะเว้ย..
.
.
ผมนิ่งเงียบ รอฟังพลพูดต่อ
.
.
ถ้าเมิงเงียบ ไม่บอก ไม่พูดอะไรออกมา ใครที่ไหนมันจะไปเข้าใจเมิง จะไปช่วยเมิงได้ล่ะวะ
.
.
คำพูดเพียงสั้นๆ ของพล แต่ทว่าผมกลับรู้สึกว่า มันช่วยสอนอะไรให้ผมบางอย่าง..........
.
.
.
......................
เฮ้ออออออออออออ (อีกแล้ว)
ผ่านพ้นไปอีก 1 วันที่แสนจะน่าเบื่อมากมาย
ผมเดินเข้าไปในครัวเพื่อดูว่ามีอะไรกินบ้าง
.
.
คุณได้รับความว่างเปล่า 1 EA (คนเล่น RO คงเข้าใจมุขนี้ดีนะ -*-)
เง้ออออออ ไม่มีไรเลยเหรอเนี่ย แล้วแม่ตรูไปวะเนี่ย
.
.
-นันท์ แม่ออกไปบ้านยาย ไม่อยู่สัก 2-3 วัน หากินเอาเองนะ.........จาก แม่-
กระดาษโน๊ตที่แปะเอาไว้ที่ตู้เย็นเล่นเอาผมเหงื่อตกเลย
ตายแน่ตรู แม่ไม่อยู่ จะกินไรเนี่ย -*-
.
.
.
ในขณะที่ผมกำลังหาของกินในตู้เย็นเพื่อประทังชีวิตนั้น ผมก็หวนคิดถึงคำพูดของพลที่พูดกับผมเมื่อตอนเย็น
-ถ้าเมิงเงียบ ไม่บอก ไม่พูดอะไรออกมา ใครที่ไหนมันจะไปเข้าใจเมิง จะไปช่วยเมิงได้ล่ะวะ-
จริงของพลแฮะ ผมเอาแต่ปิดปากเงียบไม่บอกอะไรกับใครที่ไหน
มีเรื่อง มีปัญหาอะไร ก็เก็บเงียบไว้คนเดียว
.
.
ทั้งๆ ที่มคนมากมายที่พร้อมจะช่วยผม เพียงผมพูดออกไป
แต่ผมก็ได้แต่เงียบ ไม่เปิดใจพูด
.
.
แล้วใครที่ไหนจะมาเข้าใจ และช่วยผมได้ล่ะ................
.
.
แง...........................นี่ผมผิดอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย ผมนี่มันงี่เง่าจริงๆ เลย ฮือๆ
.
.
พรุ่งนี้คงต้องไปขอโทษแบงค์แล้วล่ะ ไม่อยากให้มันป็นแบบนี้อีกต่อไป อึดอัดง่ะ
.
.
แต่ตอนนี้ง่วงเหลือเกิน ไปนอนแปบละกัน เดี๋ยวค่อยลุกขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
.
.
.
.
.......................................................
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา นี่ผมเผลอหลับไปนานยังเนี่ย -*- กี่โมงแล้วเนี่ย
ตายล่ะ 5 ทุ่มแล้วไม่ใช่เผลอหลับแล้วล่ะ หลับไปจริงๆ มากกว่า -*-
ว่าแต่ใครกันมากดออดเอาตอนนี้เนี่ย
..
"แบงค์" ผมอุทานขึ้น เมื่อพบว่าคนที่มาเป็นแบงค์นั่นเองแต่ไม่ได้มาในสภาพปกติ มีเพื่อน(มั้งนะ ไม่เคยเห็นหนาน่ะ) หิ้วปีกมา ทำไมถึงได้เมาขนาดนี้เนี่ย (เอ่อ ทำไมไม่เอะใจเนี่ยว่า เขารู้จักบ้านผมได้ไง เพราะดูสภาพของแบงค์แล้วไม่น่าจะพูดอะไรได้เลย-*-)
"ทำไมเมาขนาดนี้เนี่ย"
ผมถามคนที่พาแบงค์มา
"แล้วที่บ้านแบงค์ล่ะ"
.
"ไปมาแล้ว"
ชายคนดังกล่าวตอบกลับมา
"แต่ไม่มีใครเลย จะทิ้งเอาก็ยังไงอยู่ เลยถามบ้านข้างๆ เขาบอกให้มาที่นี่อ่ะ"
"อ่อ"
ผมตอบรับคำตอบนั้น
"ว่าแต่ไปทำอะไรมาน่ะ"
"นิดหน่อยน่ะ พอดีมีงานฉลองน่ะ แต่พวกนั้นมันดันจับเจ้าแบงค์กรอกเหล้านี่สิ เลยเมาแอ๋แบบนี้อ่ะ"
เขาตอบพร้อมกับหิ้วปีกแบงค์เข้ามาในบ้านผม ผมนำไปยังห้องรับแขก ชายคนดังกล่าววางแบงค์ลงบนโซฟา ก่อนที่จะขอตัวกลับไป
.
.
ผมนำกะละมังใบเล็กมาใส่น้ำ แล้วหาผ้าขนหนูเช็ดมาตั้งที่โต๊ะรับแขก ผมนำผ้าจุ่มน้ำบิดพอหมาด เช็ดไปตามใบหน้าของแบงค์ที่ตอนนี้แดง เพราะความเมา
ผมมองไปยังใบหน้าของแบงค์ที่หลับไหลอยู่
-เมื่อวานมีอะไรงั้นเหรอ ถึงได้ผิดสัญญาเรา-
-คงเป็นเรื่องสำคัญ รึไม่ก็คงปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ น่ะล่ะ-
ผมคิดในแง่ดี เข้าไว้ ในขณะที่มือก็ยังคงเช็ดใบหน้าอยู่ เช็ดไล่ลงมาเรื่อยจากใบหน้า มาลำคอ........
จากลำคอลงมา..............
ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไร ผมแกะกระดุมเสื้อของแบงค์ออก หวังจะเช็ดตัวแบงค์เท่านั้น แต่ทว่าเมื่อกระดุมถูกปลดออก เผยให้เห็น แผ่นอกอันแข็งแกร่งของแบงค์ อยู่ๆ ผมก็รู้สึกใจเต้นพิกล
-คงแค่อายอ่ะน่ะ-
มือของผมเช็ดเรื่อยลงไปถึงหน้าท้องที่ขึ้นเป็นลอนสวยงาม ไล่ลงไปเรื่อยๆ
เรื่อยๆ......................
. "อือ....." แบงค์ครางเสียงในลำคอ ทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง เมื่อกี้ผมจะทำอะไรลงไปเนี่ย
.
.
ผมเพ่งมองไปยังใบหน้าของแบงค์อีกครั้ง แบงค์ยามหลับนี่น่ารักจริงๆ ผมมองไปยังริมฝีปากของแบงค์ ที่แม้จะไม่อวบอิ่มแต่ก็ได้รูป
ผมใกล้เข้าไปเรื่อยๆ นี่ผมกำลังจะทำอะไรอีกแล้วเนี่ย
ใกล้เข้าไปทีละนิด
-ถ้านันท์คิดว่า นั่นเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แล้วชั่ววูบนั้น กลับเป็นแบงค์ล่ะ-
อยู่ๆๆ คำพูดของนัทก็แทรกเข้ามาในหัวของผม ผมหยุดกึกในทันที และกำลังจะชะโงกหัวกลับขึ้นมา
แต่แล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อยู่ๆ แบงค์ก็เอาแขนโอบคอผม ดึงลงไป
ริมฝีปากของผมกระกบเข้ากับริมฝีปากของแบงค์ในทันที!!!!!!
ผมพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจสู้แรงแบงค์ได้ ลิ้นของแบงค์สอดเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมพยายามผลักแบงค์ออก จนทั้งผมและแบงค์หล่นลงมาอยู่บนพื้น ตอนนี้กลายเป็นว่าแบงค์กำลังคร่อมตัวผมอยู่ แบงค์ถอนปากออกไป แล้วลืมตามองผม
"บะ...แบงค์" ผมพูดอย่างตะกุก ตะกัก
"......" ไร้ซึ่งเสียงใดๆจากแบงค์
แบงค์ก้มตัวลง ริมฝีปากของเขาค่อยลากผ่านไปตามลำคอของผม มือของแบงค์ค่อยๆ ปลดกระดุมของผมทีละเม็ดๆ แล้วลูบไล้ไปตามร่างกายของผม
ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ อยู่ๆ แรงของผมไม่รู้หายไปไหนหมด
มือของแบงค์ลดลงไปปลดเข็มขัดของผมออก
เรื่อยไปถึง.................
.
.
นี่ผมยินยอมหรืออย่างไรกัน.....................
.
.
ค่ำคืนนี้ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือไงกัน
.
.
.
ทั้งผมและแบงค์
.
.
จบตอนที่ 8