ตอนที่ 2 ความหวัง
เช้าวันจันทร์
.
คุณนัทคะ คุณนัท
เสียงของพี่สา คนใช้บ้านผมเข้ามาปลุกผมขึ้นจากความฝัน
วันนี้เป็นวันแรกนะคะ อย่าไปสายดีกว่านะคะ
พี่สาก็พูดไปเรื่อย พลางกับเก็บกวาดเล็กๆ น้อย ในห้องผมที่ตอนนี้ ค่อนข้างจะรก เพราะเพิ่งย้ายมาเมื่อวันเสาร์ ยุ่งเหยิงมากมายเหลือเกิน
แต่ผมก็ยังไม่วาย ออกไปเที่ยวข้างนอกอีก 555+ (ยังมีหน้ามาหัวเราะอีกไอนี่ -*-)
.
.
.
แถมไปแล้วแทนที่จะได้รับความสุข ความสนุกสนาน กลับได้ความเจ็บปวดกลับมาอีก ........
.
ผมลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยอาการที่ไม่ค่อนสดชื่นมากนัก รู้สึกแน่นหน้าอก อย่างบอกไม่ถูก พลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป
ผมยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก เพ่งมองใบหน้าตัวเองอยู่ครู่นึง (ตรูก็หล่อใช้ได้นี่หว่า 555+ หลงตัวเองซะละ)
.
.
.
วันนี้เป็นวันแรก ในรั้วโรงเรียนใหม่แล้วสินะ
จะเข้ากับคนอื่นได้มั้ย
-จะเข้าหน้าติดกับนันท์ได้มั้ย-
.
ทั้งๆ ที่พยายามจะแก้ตัว ในเรื่องที่ผ่านมาแล้วแท้ๆ แต่นันท์ กลับไม่มองเห็นในความพยายามของผมนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
.
ในขณะที่ผมเอื้อมมือไปหยิบแปรงสีฟันนั้น
วูบ!!!!!!
อยู่ๆ ไม่รู้ทำไม ผมถึงได้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นเลย ดีที่เกาะอ่างล้างหน้าไว้ได้ทัน
.
นอนไม่พอเหรอไงนะ.......
.
ก็อาจจะใช่ เพราะเมื่อคืน กว่าจะหลับได้ก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว
มัวแต่จัดห้องตัวเองอยู่ แต่ไม่เสร็จสักที -*-
.
หลังจากที่ผมอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากห้องน้ำมาหยิบเสื้อผ้าที่พี่สาจัดการเอาไว้ให้ผม
ผมแต่งตัวแล้วเดินลงมายังห้องครัวเพื่อหาอะไรกินรองท้อง
.
"พี่สา มีอะไรกินอ่ะ เช้านี้"
ผมถามพี่สา
"มีโจ๊ก กับปาท่องโก๋ค่ะ"
พี่สาบอกผม ในขณะพี่สาเองกำลังจัดข้าวจัดของเข้าที่อยู่
"พอดีว่าช่วงนี้พี่สาอาจจะยุ่งๆ เรื่อง จัดบ้าน จัดทางเลยไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารให้ ต้องไปซื้อจากข้างนอกมาให้ ไม่ว่ากันนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ"
ผมบอกพี่สาไป ในขณะที่ตัวเองกำลังจัดการกับข้าวต้มมื้อเช้าอยู่ ผมหันไปมองรอบๆ ก่อนที่จะหันไปถามพี่สา
.
.
"แล้วพ่อ ล่ะพี่ ไปทำงานแล้วเหรอ"
"ค่ะ คุณท่าน ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เห็นว่ามีประชุมสำคัญ ต้องไปจัดการอะไรสักอย่างนี่ล่ะ มีอะไรเหรอเปล่าคะ"
"อ่ะ ป่าวๆ ไม่มีไรหรอก"
.
.
ผมตอบไปงั้นล่ะ แต่ที่จริงในใจผมคิดนะ
.
.
ผมไม่ค่อยได้เจอหน้าพ่อเท่าไรนัก ก็อย่างที่บอกว่าธุรกิจและงานท่านมาก
ทำให้ไม่ค่อยมีเวลา แต่ไม่ค่อยเป็นปัญหาอะไรมากนัก
ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เจอ พูดคุยกัน แต่ยังไงพ่อก็ยังเป็นพ่อที่ดีสำหรับผม
.
.
ไม่เคยให้ผมต้องขาดอะไรเลย
.
.
เพียงแต่...............
.
.
บางครั้งมันก็แค่รู้สึกเหงามั่ง ก็เท่านั้นล่ะ
..
.
.
หลังที่ผมจัดการข้าวต้มมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็หยิบกระเป๋านักเรียน แล้วคว้าเอากุญแจรถคู่กายของผมขึ้นมา แล้วออกเดินทางไปยังโรงเรียน (ทำท่ายังกะจะออกไปผจญภัยป่าอเมซอนซะงั้น -*-)
.
โรงเรียนที่ครั้งนึงผมเคยเรียน
.
โรงเรียนที่ครั้งนึง ผมเคยมีความสุขกับเขาคนนั้น
.
.
นันท์ ผู้เป็นรักแรกที่ผมจริงใจด้วย
.
.
...................................................................
โรงเรียน
.
ผมก้าวลงจากรถแล้วพร้อมกับปิดประตูรถ ก่อนที่จะไม่ลืมกดล๊อคประตูรถ
.
ผมยังจำทางต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลย แม้ว่าเวลามันจะผ่านไปนานก็ตาม (ปีกว่า นี่ถือว่านานมะ -*-)
.
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก
ผมเดินไปยังห้องพักครูเพื่อรายงานตัวเอง
ระหว่างทางผมบังเอิญเหลือบไปเห็น นันท์ ระหว่างทางตรงบันไดพอดี แต่ไม่ใช่แค่นันท์คนเดียว ยังมี มาย บาส
.
.
และก็ แบงค์
.
.
คนที่ นันท์ มอบความรักที่มีให้กับเขาจนหมด โดยไม่เหลือไว้ให้ผมแม้แต่เพียงนิดเดียว
.
ดูท่าทาง ณ เวลานี้ผมคงเข้าไปร่วมพูดคุยอะไรไม่ได้จริงๆ ไม่มีช่องว่างให้ผมได้เข้าไปแทรกได้เลย
.
.
"ขอโทษนะครับ"
ผมพูดออกไป เมื่อมาถึงหน้าห้องพักครู สอดส่ายสายตามองหาใครคนนึงแต่ก็ไม่พบ
ไม่ทราบว่า อ. ภาวดี อยู่มั้ยครับ
.
"อ. ภาวดี เหรอ"
อ. ชายใส่แว่นคนนึงตอบกลับ
"รู้สึกว่าจะไปเอาเอกสารที่ฝ่ายทะเบียนนะ มีธุระอะไรเหรอ"
.
"เอ่อ คือพอดีว่าผมเพิ่งย้ายมาน่ะครับ เลยอยากจะพบ อ.ประจำชั้นน่ะครับ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ"
"อืมมม"
อ. คนดังกล่าวทำเสียงในลำคอ
"งั้นเข้านั่งรอข้างในก่อนแล้วกัน เดี๋ยวแกก็คงมาล่ะ"
.
"ครับ"
ผมตอบรับ พร้อมกับเดินเข้าไปในห้องพักครู เลือกนั่งรอตรงเก้าอี้ที่โต๊ะ ของอ. ท่านนึงซึ่งไม่รู้ไปไหนเหมือนกัน (ตูจะโดนด่าป่ะเนี่ย -*-)
.
.
ผมนั่งรออยู่ประมาณ 5 นาที อ. ภาวดีก็เข้ามา
"สวัสดีครับ อ. ภาวดี"
ผมลุกขึ้นแล้วยกมือไหว้ ทักทาย อ. ภาวดี อ. แกทำหน้างงๆ นิดหน่อย แต่พอ แกเปิดเอกสารแล้วหันขึ้นมามองหน้าผมอีกรอบนึง แกก็ร้อง อ๋อ
"เธอ คงเป็น นาย ณัฎฐากร สินะ"
ผมพยักหน้าตอบรับ
"งั้นก็ดีแล้ว ครูมีเรื่องจะพูดคุยนิดหน่อย ไม่ต้องห่วงหรอกไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรน่ะ"
.
อ. เดินนำผมไปยังโต๊ะของแก
"นั่งลงสิ"
อ. บอกผม ผมขยับเก้าอี้มานั่ง ตรงข้ามกับแก
"นึกยังไง ถึงได้ย้ายมากลางเทอมแบบนี้น่ะเรา"
.
"คือพอดี พ่อของผมเขาทำธุรกิจน่ะครับ ผมเลยต้องย้ายตามแกมาน่ะครับ"
ผมบอกออกไปตามความเป็นจริง
.
"ที่จริงเธอเลือกที่จะเรียนต่อที่นู่นให้จบเลยก็ได้นี่ อายุขนาดเธอแล้วน่าจะอยู่คนเดียวได้แล้วนะ ไม่เห็นว่าจะต้องย้ายตามไปมาให้ยุ่งยากเลยนี่"
"เอ่อ.......คือ......มันก็จริงนะครับ.......แต่....คือเอ่อ......."
ผมลังเล และรู้สึกลำบากใจเล็กน้อยเมื่อถูกถามแบบนี้
.
.
จะให้บอกได้ไงล่ะ ว่าที่ขอย้ายมาเนี่ยเหตุผลหลักมันคือ.........
.
"เอาล่ะ ไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ ครูถามไปตามความเห็นแค่นั้นล่ะ ถ้าเป็นเรื่องจำเป็นที่บอกใครไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก"
"แห่ะๆ ขอบคุณครับ"
ผมยิ้มพร้อมกับยกมือไว้ทันที
.
.
"อืม....."
อ. ส่งเสียงในลำคอเมื่อมองดูเอกสารที่ถืออยู่ในมือ
"ดูจากผลการเรียน ประวัติอะไร ก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร เอาเป็นว่า ยังไงก็ตั้งใจเรียนนะ มีอะไรติดขัดยังไงก็ถามเพื่อนๆ เอา แต่ถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่ ก็มาหาครูได้นะ"
อ. ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม ช่วยสร้างกำลังใจให้ผมได้มากทีเดียว
.
.
.
.
...................................
8.07 น.
ตอนนี้ นร. ต่างพากันลงไปเข้าแถวเคารพธงชาติกันหมด จะมีก็แต่ผมที่ยังคงนั่งอยู่บน อาคารเรียนมองดูพวกเขาเข้าแถวกัน (ไม่กล้าไปเข้าแถมกับเค้า เด็กใหม่ก็อายเป็นนะ >w<)
.
.
.
ผมพยายามมองหา นันท์ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ก็หาเจอ (สายตาดีอะไรขนาดนั้น o_O!!!)
.
.
แม้จะไม่ค่อยชัดเท่าไรนัก แต่ก็พอจะดูออกว่า นันท์ ดูมีความสุข มากเหลือเกินที่ได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูง และคนที่ตัวเองรัก
.
.
ช่างต่างจากผมเสียเหลือเกิน
.
ที่แม้จะมีผู้คนมากมายรายล้อม เข้ามามากมายเพียงใด แต่ผมกลับไม่สามารถสัมผัสความจริงใจจากพวกเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
.
.
.............................
หลังจากที่อ. แนะนำตัวผมเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินไปยังโต๊ะเรียน ที่ว่างอยู่ตัวนึง (ที่จริงมันไม่ได้ว่างอะไรหรอก ภารโรงเขาเอามาเตรียมไว้ให้ต่างหาก แบบว่าแอบเห็นมะตอนเช้าอ่ะ -*-)
.
ผมสังเกตสีหน้าของ นันท์ ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบใจผมเสียเท่าไร ที่ผมมาเรียนห้องเดียวกับเขา
คาบแรกเป็นวิชาคอมพิวเตอร์ ทุกคนต่างพาลุกขึ้นเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้อง คอมพิวเตอร์ ผมเดินตามทุกคนไป แต่ไม่รู้คิดไปเองรึป่าว ว่าดูเหมือน ทุกคนจะจับจ้อง เข้ามาห้อมล้อมผมเป็นพิเศษ
.
คงเพราะผมเป็นเด็กใหม่ด้วยล่ะมั้ง (พยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากไปแล้วนะ เหอๆ-*-)
.
"นี่เธอ ย้ายมาจากที่ไหนอ่ะ"
เด็กสาวคนนึงเอ่ยถามผมระหว่างเดิน
"โรงเรียน OOO น่ะ"
ผมตอบไป พยายามยิ้มให้ได้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกไม่ดีกับผม
.
.
ต้องพยายามทำตัวให้เป็นที่รักของทุกคนให้ได้ ไม่อยากมีปัญหา
.
.
"มีแฟนยังอ่ะเธออ่ะ"
เด็กสาวอีกคนถามผม
"เอ่อ... ยังอ่ะ ถามทำไมอ่ะ"
ผมตอบออกไปอย่างกระท่อนกระแท่น รู้สึกอึดอัดเหมือนกันแฮะที่มีคนมาห้อมล้อมมากเกินไป -*-
ขณะนั้นเอง ผมเหลือบไปสังเกตเห็น นันท์ กำลังคุยอยู่กับแบงค์อย่าง กระอี๋กระอ๋อดูมีความสุขยิ่งนัก
.
.
"อึก!!!!"
อยู่ๆ ผมก็รู้สึก แน่นจี๊ดที่หน้าอกขึ้นมาทันที
.
.
อ๊ะ!!! แบงค์เอามือขยี้หัว นันท์ ดูสนิทสนมกันเกินไปแล้ว
.
.
.
อึก!!!!
ผมรู้สึกจี๊ดมากกว่าเดิม รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก มันแน่นหน้าอกจริงๆ สายตาพล่ามัว
เหมือนจะวูบลงไป แค่อดนอนแค่นี้ ทำเอาผมถึงกับแย่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
"นัท เป็นไรไปป่าวอ่ะ สีหน้าไม่ดีเลยนะ"
มายด์ เพื่อนที่เคยเรียนชั้นเดียวตอน ม.ต้น กับผมด้วยสีหน้ากังวล
.
.
..............
"นัท เป็นไรมั้ย"
มายด์ ถามย้ำ
.
"ป่ะ ป่าว ป่าว"
ผมบอกออกไป ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลับตา ยืนนิ่ง จนรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
"แค่อดนอนน่ะ พอดีช่วง 2-3 วันมานี้ วุ่นๆ หลายเรื่องน่ะ เลยไม่ค่อยได้นอนเต็มที่เท่าไร ไม่เป็นไรหรอก"
ผมบอกออกไป แต่ดูมายด์ยังเป็นกังวลอยู่ ผมทำหน้าว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ มายจึงทำหน้ายิ้ม สบายใจ
.
.
ในชั่วโมงเรียน
ผมรู้สึกไม่ค่อยตั้งใจเท่าไร ไม่ใช่อ. สอนไม่ดีหรอกนะ แต่ผมรู้หมดแล้วน่ะ (อวดฉลาดอีกแระกรูนิ -*-)
แต่ที่ผมรู้สึกแบบนี้เพราะต้องมาทนเห็น นันท์ กับ แบงค์ที่ดูจะสนิทสนมกันมากเกินไป
.
.
อิจฉาเหรอ
.
.
ผมมีสิทธิ์อิจฉาด้วยเหรอ
.
.
น้อยใจเหรอ
.
.
ผมมีสิทธิ์น้อยใจด้วยเหรอ
.
.
ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ นันท์มองผมในแบบไหน
แค่คำว่า เพื่อน นันท์ จะมีให้ผมหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย
.
.
.
..............................................
พักเที่ยง
ผมลงมายังโรงอาหาร โดยมีกลุ่มผู้หญิงในห้องตามมากันประมาณ 6-7คน (จะตามมาทามายยยย)
"นี่ นัทร้านนี้อร่อยนะ ลองดูสิ"
"ชั้นว่า ร้านป้าดา แกอร่อยกว่านะ"
"ไม่ล่ะๆ ชั้นว่า ขนมจีน ป้ายุ แจ่มกว่านา"
"บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ"
.
เสียงแจ๊ดแจ๋ของเหล่าผู้หญิงกลุ่มนี้ รบกวนสมาธิผมเหลือเกิน แต่ผมคงพูดอะไรมากไม่ได้ ไม่อยากทำตัวให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี ด้วย (แต่ไม่ใช่ให้มาห้อมล้อมกันแบบนี้ -*-)
.
.
"เอ่อ อะไรก็ได้ทั้งนั้นล่ะ ผมกินได้หมด"
ผมพูดออกไปพลางยิ้มเป็นมิตร
ทำให้เหล่าหญิงสาวยิ่งเถียงหนักกว่าเดิมเรื่องมื้อเที่ยง (-*- กำแท้ๆ)
.
.
.
กว่าจะตกลงเรื่องมื้อเที่ยงได้ ก็กินเวลาไปเกือบ 10 นาที สุดท้าย ก็จบลงที่ต่างคนต่างซื้อที่ตัวเองชอบ (แล้วจาเถียงกันทำซากอะไรเนี่ย -*-) ส่วนผมก็สั่ง กระเพราไก่ไข่ดาว (อีกแล้ว) มากิน
.
.
เหล่าผู้หญิงในห้องก็เมาท์กันไปเรื่อย แต่ผมไม่ได้ใส่ใจฟังเสียเท่าไร
.
.
เราไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้วใช่มั้ย
วันเก่าๆ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันมันหมดไปแล้วอย่างนั้นหรือ
.
ทำไมไม่ให้โอกาสเรามั่งล่ะ...........
.
.
ขอแค่โอกาสสักครั้งเท่านั้นเอง............
.
.
................................
"นัท"
มายด์ทักผมขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ (กว่าจะหลุดมาจากกลุ่มได้ -*-)
หืม?
ผมส่งเสียงเป็นเชิงสงสัย
.
"ขอคุยอะไรหน่อยได้มั้ย"
มายด์ถามผมด้วยสีหน้าที่เคร่งขึม
"ด่ะ ได้ๆ แต่ขอเราเข้าห้องน้ำก่อนได้มะ"
ผมถามกลับพลางชี้ไปยังห้องน้ำ มายด์พยักหน้า
.
.
มีอะไรจะคุยกับเราเหรอ
ผมถามมายด์พร้อมกับนั่งลงบนที่นั่งริมระเบียงอาคาร
.
.
..........
มายด์เงียบอยู่ครู่นึง
.
.
"ชั้นไม่รู้นะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างนายกับนันท์น่ะ"
อึก!!!! มายพูดเข้าประเด็นทันที แทงใจดำผมเต็มๆ
"ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราจำได้นะว่า เธอสองคนออกจะพูดคุยกันดีนี่ ออกจะสนิทสนมกันด้วยซ้ำ"
"นันท์ไปเล่าอะไรให้เธอฟังล่ะ มายด์"
ผมถามด้วยสีหน้าหวั่นๆ เล็กน้อย
.
.
"ป่าวนี่"
มายด์บอกออกมา ไม่รู้ว่าจริงมั้ย แต่มันก็ทำให้ผมโล่งอกลงไปได้มั่ง
"ว่าแต่เป็นอะไรน่ะ ทำไมดูลุกลี้ลุกลนจัง"
อึก!!!!!!! <<<<แทงใจดำอีกแล้ว
"ป่ะ ป่าวนี่ ไม่ได้มีอะไร"
ผมปฏิเสธอย่างร้อนตัวเลยทีเดียว (จะโดนจับไต๋ได้มะเนี่ย -*-)
.
..
.......
มายมองผมเขม็ง -*- ผมพยายามทำหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด (ความรู้สึกเหมือนโดนตำรวจจับโกหกยังไงไม่รู้แฮะ -*-)
.
.
"เอาเหอะ"
มายด์พูดออกมาทำลายบรรยากาศตรึงเครียด
"ถ้าพวกเธอสองคนไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของชั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่นะ"
มายด์บอกผมพร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ ผมได้แต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร
.
.
"ชั้นเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก คงพูดอะไรมากไม่ได้"
มายด์พูดสรุป
"แต่ถ้าเธอสองคนมีปัญหากันอยู่ แล้วไม่ยอมปรับความเข้าใจเอา แต่หนีอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกนะ"
มายด์พูดย้ำกับผม แล้วทำท่าจะเดินออกไป
.
.
.
"มายด์"
ผมทักขึ้น มายหยุดแล้วหันกลับมา
"อะไร"
.
.
"ถ้าคนๆ นึงวิ่งตาม แต่คนๆ นึงกลับวิ่งหนี โดยที่ไม่ฟังเหตุผลของอีกฝ่าย ไม่สนใจใยดีอีกฝ่าย"
ผมถามด้วยน้ำเสียงเศร้า
"ถ้ามายด์เป็นฝ่ายวิ่งตาม มายด์จะรู้สึกยังไง"
.
.
.
.
..........
มายด์นิ่งเงียบไปครู่นึง ก่อนที่จะถามผมกลับ
"แล้วนายล่ะ"
มายด์ถามย้อนกลับ
.
.
"ท้อสิ หมดกำลังใจที่จะวิ่งตามต่อไปแล้วล่ะ"
ผมตอบออกไป มายด์ถึงกับทำหน้าไม่พอใจทันทีที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น
.
"อะไรกันเป็นผู้ชายซะเปล่า ท้อแท้อะไรกันง่ายๆ ถ้าเป็นชั้น ต่อให้อีกฝ่ายวิ่งหนีไปไกลสักแค่ไหน ชั้นก็จะวิ่งตามอยู่นั่นล่ะ ตามจนกว่า คนข้างหน้าจะเหนื่อยล้า และหันมามองเราน่ะล่ะ"
.
.
.
ตึ่กๆ.........
.
.
ไม่รู้เพราะอะไร ทันทีที่ได้ยินมายพูดเช่นนั้น ผมก็เกิดรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
.
ทำไมผมต้องท้อด้วยล่ะ
ถ้าผมพยายามไปเรื่อยๆ แม้มันอาจจะยังไม่เห็นผลในวันนี้ พรุ่งนี้ แม้บางทีมันอาจจะดูเลวร้ายลงไป
แต่ถ้าเราตั้งใจ และ จริงใจ ในการกระทำนั้น
มันต้องมีสักวัน ที่อะไรๆมันจะดีขึ้นมาอย่างที่ต้องการ
.
.
"ขอบใจมาก มายด์"
ผมยิ้มให้เธอ
ขอบคุณจริงๆ
.
"แต่...."
มายด์ทักท้วง
"อย่ามองว่าชั้น ให้ความหวัง ให้โอกาสอะไรนะ เพียงแค่ไม่อยากให้พวกเธอสองคนต้องมีเรื่องค้างคาใจอะไรกันอยู่ ยังไงซะ สำหรับชั้น นันท์ก็สำคัญกว่าอยู่ดี ถ้านัททำอะไรให้นันท์ต้องเสียใจล่ะก็........"
มายด์มองผมด้วยสายตาเขม็งเย็นชา
.
.
"นายก็จะได้รู้ว่าแรงโกรธของผู้หญิงมันร้ายกาจแค่ไหนนะ"
ผมไม่พูดอะไรออกไป
.
.
ดูจากที่มายพูดแล้ว คงไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรมากนัก เรื่องระหว่างผมกับ นันท์ในอดีต
สำหรับมาน เธอคงคิดแค่ว่าเราสองคนทะเลาะกันเฉยๆ
.
.
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมัน..............................
.
.
"เอาเป็นว่า"
มายพูดตัดบทอีกครั้ง
"ชั้นจะช่วยเท่าที่ทำได้แล้วกันนะ"
.
มายพูดจบก็เดินจากไปทันที
ผมยิ้มทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
ถึงแม้มันอาจจะไม่มีหวัง
หรือความหวังนั้นมันเล็กและบางจนแทบจะสัมผัสไม่ได้
.
.
แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีเสียทีเดียวเลยนี่
อยู่ที่เราจะทำยังไงกับมันต่างหาก
ว่าจะนึกท้อใจ กับความหวังที่เล็กและเบาบางนั้น
หรือพยายามจะเก็บรักษามันไว้ไม่ให้หลุดลอย
.
.
.
จะไม่ท้ออีกแล้วล่ะ คราวนี้จะสู้เต็มที่ ไม่ว่าจะเจออะไรก็ตามที
นันท์ สักวัน เราจะต้องทำให้ นันท์หันกลับมามองผมให้ได้
.
.
สักวัน........................
.
.
.
.
จบตอนที่ 2
อ่านตอนต่อไป
edit @ 20 Dec 2007 13:17:35 by จิ๊บคุง