บทที่ 1 นครแห่งมนตรา
เกฟเฟ่น นครที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น นครแห่งมนต์ตรา อันเนื่องมาจาก เมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งของสถาบันสอนเวทย์มนต์ ซึ่งมีรูปร่างเป็นหอคอยตั้งตะหง่าน ณ ใจกลางเมือง และกว่า 70% ของชาวพื้นเมืองแห่งนี้ยังเป็นผู้ที่มีอาคมเวทย์มนต์ที่แตกต่าง ออกไปตามความสามารถ และระดับขั้นของความสามารถที่มี ด้วยเหตุนี้ จึงนับได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ตรึงตาตรึงใจให้กับผู้คนจา กทั่วสารทิศ จนถึงกับต้องเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่า งกันออกไป ไม่ว่าจะต้องการร่ำเรียนวิชาอาคมเพื่อดึงพลังเวทย์ภายในตัวเองอ อกมา หรือจะมาเพื่อการท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนที่สวยงาม จับใจ หรือจะเพื่อแสวงหาประสบการณ์ชีวิตก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ล้วนแต่ส่งผลให้นครเกฟเฟ่นดินแดนแห่งมนตรานี้ไม่เคยหลับใหลแม้ส ักคราเดียว
ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก มีกลุ่มนักเวทย์น้อยๆ 4 คน กำลังวุ่นกับการทำอะไรสักอย่าง
แซนด์! เตรียมพร้อมไว้นะ ชั้นจะล่อมันไว้ เสียงของจินเด็กหนุ่มวัย 16 ปี นักเวทย์ผู้มีผมสีน้ำตาลออกแดงออกคำสั่งกับเพื่อนนักเวทย์ด้วยก ันของตัวเอง ในขณะที่ตนเองกำลังหลอกล่อเจ้าต้นไม้มีชีวิต Elder Willow ที่มีเปลือกนอกเป็นสีแดงเข้ม ซึ่งเป็นหนึ่งในหลากหลายสายพันธุ์ของต้นไม้มีจิตวิญญาณ สามารถเคลื่อนที่ได้ ตามปกติแล้วเจ้า Elder Willow เป็นพวกรักสงบ อาศัยในป่าทั่วไป แต่พอถูกคุกคามจากผู้คนเช่นนี้ มีหรือที่เจ้า Elder Willow เหล่านี้จะยอมอยู่เฉยๆ
รู้แล้วๆ อย่าพูดมากนักได้มั้ยห๊ะ! กำลังทำสมาธิอยู่นะเว้ย แซนด์ เด็กหนุ่มผู้มีผมสั้นเกรียน วัย16 ผู้ถูกออกคำสั่งโวยกลับ เนื่องจากการใช้ไสยเวทย์ในแต่ละครั้งนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้สมา ธิเป็นอย่างมาก ซิลเดรีย ช่วยฉันที ไม่มีสมาธิเลย แซนด์พูดพร้อมกับหันไปบอกกับซิลเดรีย เด็กสาววัย 15 ผู้มีหน้าตาสะสวย นัย ตาสีฟ้าอ่อน และเส้นผมที่มีสีน้ำตาลอ่อนยาวเป็นลอน เธอมีไสยเวทย์ทางด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในแขนงเวทย์ของผู้เรียนอาคมเวทย์มนต์
จ้ะ จ้ะ!! ซิลเดรียขานรับ พร้อมกับกุมมือที่หน้าอกของเธอ แล้วเปล่งเสียงอันไพเราะของเธอออกมา
พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครอง
ภัยผยองดับสูญ
ทวยเทพเกื้อกูล
พรหนุนอวยชัย
สิ้นเสียงของซิลเดรีย ลำแสงสีขาวก็พุ่งออกจากสร้อยคอรูปกางเขนที่ได้รับการลงอาคมมาเป ็นอย่างดี ลำแสงนั้นพรุ่งตรงไปยัง แซนด์ ห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมในจิตใจของเขา ส่งผลให้เขามีสมาธิขึ้นมา
แซนด์ เร็วเข้า ชั้นจะไม่ไหวแล้วนะ เวทย์ของชั้นใกล้จะหมดฤทธิ์แล้ว จินเร่ง ในขณะที่เวทย์ม่านป้องกันของตน ซึ่งเป็นเวทย์ขั้นพื้นฐานไว้ป้องกันความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยจำนวนของอีกฝั่งที่มีอยู่เกือบสิบ จึงส่งผลให้เวทย์ม่านป้องกันเสื่อมสลายเร็วขึ้น
วารีคลุ้มคลั่ง
ซัดสั่งถาโถม
พุ่งสู่จู่โจม
พัดจมสลายไป
เมื่อแซนด์กล่าวคาถาร่ายเวทย์มนต์จบ ลมที่เคยพัดผ่านในละแวกนั้นก็กลับหยุดนิ่ง มวลอากาศกลั่นตัวรวมกันเป็นหยดน้ำจำนวนมหาศาล พุ่งเข้าสู่ฝูง Elder Willow แล้วจับตัวเป็นน้ำแข็ง หยุดการเคลื่อนไหวของเหล่า Elder Willow ซึ่งเป็นเวลาพอดีกันกับที่เวทย์ม่านปกป้องของจินหมดฤทธิ์
เมโทร ตานายแล้ว จัดการต่อที ฉันม่ายหวายแหล่ว......... สิ้นเสียงของจิน เขาก็ล้มตัวลงไปกองกับพื้น ถึงแม้เขาจะมีบาดแผลเพียงเล็กๆ น้อยๆ อันเนื่องมาจากเวทย์ม่านปกป้อง แต่ด้วยที่เขาฝืนพลังเพื่อยืดฤทธิ์ของเวทย์ไว้นั้น ย่อมทำให้เขาเหนื่อยล้าได้เช่นกัน
ฮื่อ! เมโทร เด็กหนุ่มวัย 16 ผู้มีสีผมที่ดำเงางาม และเป็นผู้ที่มีความสุขุมรอบรู้มากที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะคว้าไม้เท้าที่ทำมาจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่หายากและได้ร ับการลงอาคมจากจอมเวทย์ชั้นสูง ซึ่งมีผลึกหินเวทย์มนต์ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถของผู้ใช้ นับเป็นหนึ่งในไม้เท้าเวทย์มนต์ที่หายากนัก และมีราคาสูงมากมายมหาศาลเพราะเป็นของที่ต้องการของเหล่าผู้ใช้ เวทย์ทั่วไป เมโทรชูขึ้นเหนือศีรษะของตน พร้อมตั้งสมาธิเพื่อร่ายอาคม
สายลมพัดผ่าน
เมฆคลานเหนือหัว
เสียงแผดก้องทั่ว
ผ่ารัวรุนแรง
ทันทีที่เสียงของเมโทรสิ้นสุด ลมที่เคยนิ่งสนิทจากเวทย์มนต์ของแซนด์เมื่อครู่ ก็กลับพัดแรงอีกครั้ง กิ่งไม้เสียดสีกันส่งเสียงไปทั่ว ใบไม้ปลิวพัดกระจัดกระจาย ฉับพลัน!! สายฟ้าก็พุ่งลงมาจากทั้ง 8 ทิศ เข้าโจมตีเหล่า Elder Willow กระจัดกระจายไปกันคนละทิศคนละทาง หลงเหลือไว้เพียงเศษเปลือกไม้ ที่พอจะบ่งบอกได้ว่ามันเคยเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า Elder Willow และเศษยางเหนียวๆ ที่ละเลงไปทั่วบริเวณ ยังดีที่กลิ่นของมันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เช่นนั้นแล้ว บริเวณนี้ก็คงไม่ต่างไปจากกองขยะดีๆ เลย
จิน!! เป็นอะไรมากมั้ย ซิลเดรียเอ่ยถามก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังจิน ที่ล้มตัวลงไปกองอยู่กับพื้นอยู่ก่อนแล้ว
สภาพ...ขนาด...นี้...ยัง...จะถาม...อีกเหรอเธอ...จินพูดโอดโอ ย แต่ยังไม่วายที่จะแฝงคำหยอกไว้
เหรอจ้ะ!! ถ้างั้น แซนด์ เมโทร เรากลับกันเถอะ ปล่อยตานี่ไว้อย่างนั้นน่ะล่ะ กวนดีนัก ซิลเดรียพูดพร้อมยิ้มอย่างงดงาม แต่ดูๆ ไปกลับน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
ขอโทษ...จ้า...ซิลเดรีย...สุด...สวย...กรุณาช่วย...ผม...ด้วยค ร้าบ...จินขอร้อง เพราะเขารู้ดีว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักหากคิดจะมีเรื่องกับเธอ สวยๆ แบบนี้ล่ะ น่ากลัวยิ่งนัก
ต้องแบบนี้สิ ถึงจะถูกใจซิลเดรียผู้เมตตา เด็กสาวยิ้มอย่างชื่นบาน เมื่อได้ยินจินพูดเช่นนั้น แล้วจึงยกมือข้างขวาไปวางไว้เหนือหน้าผากของจิน พร้อมกับร่ายบทสวด
พระผู้เป็นเจ้าเมตตา ให้กายาฟื้นพลัง
เมื่อซิลเดรียกล่าวจบ ร่างกายของจินก็หายจากอาการบาดเจ็บเป็นปลิดทิ้ง เด็กหนุ่มลุกขึ้นด้วยอาการที่กระฉับกระเฉงมากขึ้นกว่าเดิม
แซนด์ ได้ของที่เราต้องการมั้ย
คราวนี้ได้มาแค่ 3 อันเองนะ แซนด์ตอบกลับ พร้อมกับยื่นของที่กล่าวถึงออกมา ซึ่งก็คือ กิ่งไม้ที่ดูเหมือนกิ่งไม้ธรรมดาๆ ทั่วไป แต่มันมีพลังแอบแฝงอยู่ พลังที่ว่านั่นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่หักกิ่งไม้ที่ว่านี้ จะเกิดพลังอันมากมายมหาศาลออกมา ก่อเกิดเป็นปิศาจซึ่งเป็นผลมาจากพลังงานของต้นไม้มีชีวิตเก็บสะ สมไว้นั่นเอง พลังที่ออกมาจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับอายุของมัน ยิ่งมีอายุขัยมากเท่าไรก็ยิ่งมีพลังด้านมืดมากเท่านั้น และอันตรายมากขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้หลายเมืองจึงออกกฎห้ามนำเจ้ากิ่งไม้ปิศาจนี้เข้าเมื อง
แต่อย่างว่าล่ะ ยิ่งห้ามก็ยิ่งทำให้เกิดการแหกกฎ ยังคงมีการซื้อขายกันในตลาดมืดในราคาที่สูง
แล้วทั้ง 4 คนนี้จะเอาเจ้าสิ่งผิดกฎหมายเช่นนี้ไปทำอะไรกันล่ะ
3 อันเหรอ? จินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะหันไปถามกับเมโทรที่กำลังเช็ดแว่นตาของตัวเองอยู่ เมโทร! นายพอจะรู้มั้ยว่าตอนนี้ราคาเจ้านี้อันละเท่าไร?
เมโทรทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะสวมแว่นตาเข้าที่เดิม
แล้วแต่คุณภาพของมันน่ะ แต่น่าจะราคาประมาณอันละ 7,000 8,000 เซนีได้มั้ง เมโทรตอบอย่างสุขุม
เหรอ? จินทำท่าครุ่นคิดอีกครั้ง แล้วจึงหันไปถามซิลเดรีย ที่กำลังจัดทรงผมที่สวยงามของเธอให้เข้าที่ ซิลเดรีย งานประลองเวทย์ที่จะจัดในงานเทศกาลประจำเมืองเราอาทิตย์หน้า ค่าสมัครทีมละเท่าไรล่ะ?
ทีมละ 10,000 เซนีจ้ะ หัดจำอะไรซะบ้างสิ ซิลเดรียตอบเชิงเสียดสี
งั้นก็โอเค แถมยังมีเงินเหลือไว้เป็นทุนอีก จินออกอาการดีใจเป็นลิงโลด ที่รู้ว่าตนมีเงินพอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันประลองเวทย์ได้
ทุกๆ 3 ปี เมืองเกฟเฟ่นจะมีการจัดงานเทศกาลประจำเมืองขึ้น เป็นงานครื้นเครงที่สนุกสนาน มีการออกร้าน โชว์แสดงความสามารถต่างๆ การสอนวิชาเวทย์เบื้องต้นให้กับคนทั่วไป เป็นงานที่ทุกคนต่างพากันรอคอยไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นหรือจะนัก ท่องเที่ยวก็ตามที นอกจากนี้ไฮไลท์ของเทศกาลคือการแข่งขันประลองเวทย์นั่นเอง โดยผู้ที่ได้รับชัยชนะในแต่ละระดับจะได้รับรางวัลที่มีมูลค่าสู งแตกต่างกันออกไป และในแต่ละครั้งที่จัดการแข่งขัน ของรางวัลก็แทบจะไม่ซ้ำกันอีกด้วย สำหรับปีนี้จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทา งการว่าของรางวัลในแต่ระดับเป็นอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ของรางวัลที่จะมอบให้ในทุกระดับเป็นรางวัลแถมพิเศษนั่นคือการได ้เข้าพักที่โรงแรมซันโซล โรงแรมอันดับ 1 ของโคโมโด โดยที่ผู้ชนะจะได้เข้าพักในชั้นบริการระดับ แพรททรินัม คลาส เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน ซึ่งมีมูลค่าต่อคนกว่า 2 ล้านเซนีเลยทีเดียว แน่ละสิ่งที่พวกเขาทั้ง 4 ต้องการไม่ใช่อะไรอื่นอย่างแน่นอน
เฮ้! ทุกคน แซนด์ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตื่นตระหนก ทุกคนมุ่งความสนใจไปยังเขา นี่มันใกล้เวลาจะเข้าเรียนแล้วนะ ถ้าไม่รีบพวกเราจะแย่เอานะ
ตายล่ะหว่า! ลืมสนิทเลย จินสะดุ้งนึกขึ้นได้ งั้นพวกเรารีบกลับเข้าเมืองกันก่อนละกัน ส่วนเรื่องเจ้านี้ไว้คอยว่ากันใหม่ตอนเย็นละกันหลังเลิกเรียนละ กันนะ
เมื่อตกลงกันเสร็จสิ้น ทั้ง 4 ต่างก็วิ่งมุ่งกลับเข้าสู่เมืองเกฟเฟ่นอย่างเร่งด่วน
............................................................ ..........................................
จบบทที่ 1