2007/Apr/13

บทที่ 4 ผลึกมนต์

เช้าวันนี้ เป็นเช้าที่มีสภาพอากาศแจ่มใส อุณภูมิกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป มีลมพัดโชยเอื่อยๆ อย่างพอเหมาะ ซึ่งตรงกันข้ามกับ จิน โดนสิ้นเชิง

เขาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย อันเนื่องมาจากเมื่อคืน กว่าทุกคนจะแยกย้ายกันกลับก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน และกว่าเขาจะได้เข้านอนก็เกือบๆ ตี 1 แล้ว นี่ถ้าวันนี้ไท่ติดว่าเขาต้องออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็นต่องานปร ะลองแล้วล่ะก็ เที่ยงวันก็ยังไม่ตื่น

"ง่วงอ่า............" จินอ้าปากหาวหวอด พร้อมทั้งเอามือขยี้ตา "วันหยุดแท้ๆ แต่ต้องออกมาข้างนอก ให้ตายสิ ไม่ชอบเลยจริงๆ"

"อย่าบ่นเป็นตาแก่ไปหน่อยเลย" ซิลเดรียแขวะใส่ ทั้งๆ ที่เธอเองตอนนี้ก็มีสภาพไม่ต่างไปจาก จิน เลยแม้แต่น้อย"

"เออนี่ เมโทร" แซนด์เอ่ยถามเมโทรซึ่งเดินนำหน้า "นายจะพาพวกเราไปไหนน่ะ"

"ไปหาลุงฉันน่ะ เขาทำงานอยู่ที่ สมาคมสินแร่และช่างตีดาบน่ะ" เมโทรตอบกลับ ในขณะที่เท้าก็ยังคงจ้ำอ้าวไปข้างหน้า

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยล่ะ" ซิลเดรียแทรกถามทันทีที่ได้ยินเมโทรบอกเช่นนั้น

"อย่าลืมสิ ว่าลุงฉันทำงานขุดแร่อยู่ที่เหมืองทางตอนเหนือของเมืองเรานะ" เมโทรอธิบาย "ฉันก็เลยขอร้องให้ลุง ช่วยหาพวกแร่ อัญมณี ที่พอจะมีพลังเวทย์สถิตอยู่น่ะ อย่างน้อยมันก็ช่วยประหยัดงบพวกเราไปได้เยอะเลยนะ"

"อ้าว แล้วของพวกนี้ เราก็มีกันแล้วนี่" จินพูดขึ้นพร้อมกับชูไม้เท้าคู่กายของตนออกมา

"มันก็จริงอยู่นะ" เมโทรกล่าวตอบ "แต่นายใช้มันมานเท่าไรแล้วล่ะ"

"เจ้านี่ น่ะเหรอ" จินพูดพร้อมกับมองไปยังไม้เท้าของตนเอง "เกือบๆ 2 ปีได้แล้วมั้ง

"นายไม่คิดว่ามันจะสึกหรอมั่งเลยเหรอไง" เมโทรถามซ้ำ "นายลองดูที่หินเร่งพลังเวทย์มนต์ของนายดูสิ ว่าตอนนี้สภาพมันเป็นอย่างไร"

เมื่อได้ยินเมโทรถามเช่นนั้น จิน ก็เพ่งมองดูไปยังหินผลึกที่ยอดของไม้เท้า เขาจำได้ว่าว่าตอนที่เขาได้มาใหม่ๆ มันเคยมีสัฟ้าสว่างสดใส แต่ทว่าตอนนี้มันกลับมีสีทึบลง แถมยังมีรอยแตกซึมอยู่ภายใน

"เฮ้ย!!!!!!!!!!! เป็นงี้ได้ไงเนี่ยยยยยยย" จินตะโกนโหวกเหวกเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลง

"ฉันจะบอกให้ว่าเพราะอะไร" เมโทรพยายามจะชี้แจงถึงเหตุผล "ปกติเวลาเราใช้เวทย์มนต์ในแต่ละครั้งนั้น พลังที่ออกมาไม่ได้ออกมาจากตัวเราทั้งหมด พลังส่วนหนึ่งจะถูกขับออกมาจากหินพวกนี้ด้วย สังเกตได้เวลาที่เราใช้ใช้มนต์โดยไม่มีไม้เม้าพวกนี้ดูสิ จะรู้สึกเหนื่อยเร็วขึ้น เจ้าหินพวกนี้นี่ล่ะที่ช่วยรักษาสมดุลเราไว้ ทำให้เราไม่เหนื่อยง่ายเกินไป ที่นี้ เมื่อเราใช้มันไปนานๆ พลังที่เคยมีอยู่ในผลึกหินก็จะค่อยๆ สลายไป จะช้า รึ เร็ว ก็มีอยู่ 2 อย่างที่เป็นตัวแปร คือ

1. ระดับอำนาจของผลึกหิน

2. พลังที่ถูกขับออกมาใช้ในแต่ละครั้งว่ามากน้อยเพียงใด

บางครั้งหินระดับเท่าๆ กัน แต่อายุการใช้งานไม่เท่ากันนั่นเพราะผู้ใช้ ใช้มากน้อยไม่เท่ากันนั่นเอง สังเกตได้เลยว่านายเริ่มเหนื่อยเร็วขึ้นใช่มั้ย"

เมโทรถามกลับไปยังจิน เขาพิจารณาถึงช่วงที่ผ่านมา จริงอย่างที่เมโทรบอก ช่วงเดือนที่ผ่านมา เขารู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นเวลาที่ร่ายมนต์ อย่างเมื่อวานนี้ เขาจำได้ว่าเขาใช้เพียงแค่เวทย์ม่านปกป้องเท่านั้น แต่เขารู้สึกเหมือนใช้พลังไปเกือบหมด

"ทีนี้คงจะรู้แล้วใช่มั้ย ว่าเรากำลงัจะไปสมาคมสินแร่ฯ เพื่ออะไร"

--------------------------------------------

ณ สมาคมสินแร่และช่างตีดาบแห่งเกฟเฟ่น

"สวัสดีครับ" เมโทรเอ่ยทักทาย ทันทีที่ก้าวเข้ามา ในขณะที่คนที่เหลือยังคงทำท่าเก้ๆ กังๆ อันเนื่องมาจากพวกเขาไม่เคยย่างเท้าเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ เลยแม้สักครั้งเดียว

เดิมที เมืองเกฟเฟ่นแห่งนี้นั้นยังไม่มีสมาคมสินแร่และช่างตีดาบ แต่เมื่อมีการค้นพบเหมืองแร่ทางตอนเหนือของเมือง ทางการเล็งเห็นว่าควรจะมีสมาคมเพื่อดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ จึงสั่งให้มีการจัดตั้งสมาคมสินแร่และช่างตีดาบขึ้นมา

"อ้าวเมโทร" ชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำเอ่ยทักกลับ "มีอะไรรึ ถึงได้แห่แหนยกพลกันมาขนาดนี้"

"นิดหน่อยน่ะครับ" เมโทรตอบกลับ พร้อมทั้งก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการเคารพ "ไม่ทราบว่า ลุงแมชท์ อยู่รึเปล่าครับ"

"ตาแมชท์เรอะ นู้น อยู่ที่โรงตีดาบข้างในโน่น เข้าไปหาได้เลย" ชายแก่บอกพร้อมกับชี้ไปทางด้านใน

"ขอบคุณมากครับ" เมโทรโค้งคำนับขอบคุณ แล้วจึงเดินนำเข้าไป เมื่อทุกคนเห็นเมโทรเดินเข้าไป ต่างก็รีบเดินตาม

"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก" ชายแก่พูดหยอกล้อ พลางหัวเราะเบาๆ "นึกซะว่าเป็น สถามที่ท่องเที่ยวแห่งนึงละกัน"

เมื่อทั้ง 3 ได้ยินเช่นนั้นก็น้อมรับ

ภายในโรงตีดาบ ขนาดกว้างใหญ่ หลังคาทรงสูงโปร่งเพื่อระบายอากาศและความร้อนจากการตีอาวุธ มีแท่นสำหรับการตีอาวุธกว่าพันแท่น ที่นีนับเป็นแหล่งตีอาวุธที่มีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของอาณาจักร รูน มิดการ์ด เลยทีเดียว

เมโทรกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาชายที่ชื่อ แมชท์ผู้ซึ่งเป็นลุงของเขานั่นเอง เพียงครู่เดียวเขาก็พบลุงของเขากำลังเงื้อมือที่กำฆ้อนสำหรับตี อาวุธแน่น หวดลงไปยังแท่งเหล็กรูปทรงแบนยาว ที่ถูกเผาด้วยไฟจนเป็นสีแดงฉาน ทุกครั้งที่ฆ้อนได้ลงกระทบกับแท่งเหล็กร้อนนั้น จะมีสะเก็ดไฟกระเด็นลอยออกมา ดูไปก็สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

เมโทรเดินตรงรี่เข้าไปยังลุงของเขา ในขณะที่อีก 3 คนเดินตามท้าย ดูเหมือนลูกเจี๊ยบที่เดินตามท้ายแม่ไก่ไม่มีผิดเพี้ยน

"ลุงแมชท์ครับ" เมโทรเอ่ยทัก อีกฝ่ายหยุดมือ แล้วหันมามองเพื่อดูว่า ต้นเสียงเป็นใคร ก็พบว่าเป็น เมโทรหลานชายสุดที่รักของเขานั่นเอง

"อ้าววววว เมโทรนี่เอง" ลุงแมชท์เอ่ยทักทาย ก่อนที่จะวางสัมภาระในมือของตนไว้บนแท่น "จะมาเอาของใช่มั้ย

ลุงแมชท์เอ่ยถาม เมโทรเองเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าตอบ ลุงแมชท์เอื้มมือไปยังด้านหลังของตัวเองเพื่อเปิดซิปกระเป๋าแบบ ห้อยเอวที่สะพายไว้ด้านหลัง แล้วหยิบเอาผลึกหินหลากสี ที่ต่างส่องแสงสะท้อนออกมาอย่างสวยงาม

"โห!!!! สวยจังเลยค่ะ" ซิลเดรียไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ เธอรู้สึกหลงไหลในความงามของมันเอาเสียแล้ว "คุณลุงเก่งมากๆ เลยค่ะ"

"เป็นไงล่ะ ฝีมืออย่างลุงแล้ว แค่นี้ จิ๊บจ๊อย 555+" ลุงแมชท์ยืดอกหัวเราะลั่นทันทีที่ได้ยินเสียงชมจากเด็กสาว ที่แท้ลุงแมชท์ก็เป็นพวกบ้ายอนี่เอง

"ที่จริงลุงขุดเจอเยอะกว่านี้อีกนะ แต่ดูขนาดดูอะไรแล้วลุงว่ามันใช้ไม่ได้ ลุงเลยเลือกเอาเฉพาะอันที่สภาพมันดีๆ มาเท่านั้นน่ะ หลานคิดว่าไงมั่งล่ะ" ลุงแมชท์หันไปถาม เมโทร เมื่อเมโทรได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่รีรอที่จะหยิบผลึกหิน ขึ้นมาพิจารณา เขาเพ่งดูอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะเอ่ยกับลุงของตน

"ดีกว่าผมคิดไว้เสียอีก" เมโทรยิ้มตอบ ในขณะที่ลุงแมชท์ยิ่งยืดอกภูมิใจในตัวเองมากขึ้น" ขอบคุณลุงมากเลยนะครับ เดี๋ยวพวกผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีมีธุระต้องทำต่อน่ะครับ"

"เอาเลยๆ" ลุงแมชท์ยิ้ม "ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีกก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ"

"ครับ" เมโทรตอบรับคำ "ว่าแต่ลุง..........ไม่ตีดาบต่อแล้วเหรอครับ"เมโทรพูดออกมา พร้อมกับชี้ไปทางแท่นตีดาบ ในขณะที่ลุงแมชท์เอง ก็เพิ่งฉุกคิดขึ้นได้ว่า ตนกำลังทำอะไรค้างเอาไว้อยู่

แต่ทว่ามันก็สายไปเสียแล้ว................................... ..

"โอ้วววววววววววว ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

เมโทรและทั้ง 3 เดินออกมาจากโรงตีอาวุธ ปล่อยให้ลุงแมชท์พร่ำอาลัยกับงานฝีมือของตนเองที่เพิ่งจากโลกนี ้ไปเมื่อสักครู่

------------------------------------

ทั้ง 4 เดินออกมาจากสมาคม มุ่งหน้าไปยังสถานที่อีกแห่งนึง

"การแข่งขั้นครั้งนี้ เราจำเป็นที่จะต้องใช้ เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา เพื่อความคล่องตัวนะ" เมโทรกล่าวบอกกับทุกคน

""นี่ เมโทร" ซิลเดรียเอ่ยคั่นจังหวะ "ฉันมีเสื้อขนมิงค์อยู่ตัวนึง น่าจะพอใช้ได้นะ"

"ก็บอกไปเมื้อกี้ไงว่า ต้องใช้เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา เสื้อขนมิงค์มันหนัก ถึงจะร่ายอาคมเคลือบแฝงได้มากก็ตามที แต่ไม่คุ้ม" เมโทรอธิบายรายละเอียด "การแข่งครั้งนี้เราจะใช้เสื้อผ้าที่ทำมาจากใยหม่อน เพราะเบา คล่องตัวและสามารถร่ายอาคมเคลือบแฝงได้มากกว่า แม้จะบางกว่าเสื้อขนมิงค์ แต่เราก็มักจะใช้เวทย์เข้าโจมตีกันมากกว่า การปะทะด้านร่างกายมีน้อยมาก"

"เสื้อใยหม่อนเหรอ" จินฉุกคิดอะไรบางอย่าง "มันแพงนะ เมโทรเราไม่มีทุนมากพอหรอกนะ"

"แล้วใครบอกว่าเราจะซื้อล่ะ" เมโทรหันมายิ้ม "พอดีน้าฉัน เขาเป็นเขาเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าน่ะ ฉันติดต่อให้เขาช่วยเลือกเอาไว้ให้แล้วล่ะ เราก็แค่ไปเอาเท่านั้นล่ะ"

"เมโทร เธอนี่เครือข่ายดีจังเลยนะ -*-" ซิลเดรียพูดหยอก ฝนขณะที่มือหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อ "แล้วร้านน้าเธออยู่ตรงไหนล่ะ"

"อยู่ที่ถนน แซนลิส ทางด้านเหนือน่ะ" เมโทรตอบ

"หา!!!!!!!!!!!" ซิลเดรียร้องตะลึงทันทีทที่ได้ยิน "ไกลง่า เดินกันตายพอดี จะให้สาวน้อยผู้น่ารัก หุ่นบอบบางอย่างฉันเนี่ยนะเดินไป ไม่ไหวค่ะ"

"อืม........" เมโทรครุ่นคิด "เอาไงดีแซนด์ นั่งรถม้าไปดีมั้ย"

"ฉันยังไงก็ได้" แซนด์ตอบอย่างเรียบๆ

"นั่งรถม้า นั่งรถม้า" ซิลเดรียรบเร้า "นั่งรถม้า นั่งรถม้า....................."

"โอเคๆ รถม้าก็รถม้าไ เมโทรจำยอมตามซิลเดรีย

-ยัยคุณหนูกระ.แดะ- จินบ่นอุบอิบเบาๆ แต่ทว่าไม่อาจหลุดรอดหูของซิลเดรียไปได้ เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง

"พระผู้เป็นเจ้าลงทัณฑ์

เยื้องย่างนั้นลดลง

ไร้ซึ่งพิษสง

ปลิดปลงย่ำกราย"

ทันทีที่ซิลเดรียร่ายมนต์จบ จินก็เกิดอาการรู้สึกเหมือนถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับลง เขาไม่สามารถก้าวขาเดินไปได้

"ยัยซิลเดรีย!!!!!" จินตะโกนใส่ "นี่เธอทำอะไรของเธอน่ะ ห๊ะ"

"ปล่าวนี่" ซิลเดรียทำหน้าตาใสซื่อกลับ "ไหนๆ มีใครเห็นมั่งว่าฉันทำอะไร"

ทางด้านเมโทรและแซนด์ ทั้งคู่ต่างทำหน้าเหมือนไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติของทั้งคู่

ทั้ง 3 ประกอบด้วย ซิลเดรีย เมโทร แซนด์ ต่างพากันขึ้นรถม้าไปแล้ว ยังเหือก็แต่ จินที่ยังคงก้าวขาไม่ออก

"จิน รีบตามมาน้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" ซิลเดรียพูดเยาะเย้ย ในขณะที่รถม้าเคลื่อนที่ออกไป โดยทิ้งจินไว้เบื้องหลังเพียงคนเดียว

"ยัยซิลเดรีย บ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

จินได้แต่ร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจ

.

.

.

.

.

จบบทที่ 4................................

โปรดติดตามบทต่อไป>>>

กลับสู่หน้าแรก


จิ๊บคุง
View full profile