2007/Apr/13

ตอนที่ 7 เข้าใจกัน


เกือบอาทิตย์มาแล้วตั้งแต่วันที่ผมรับรู้ว่ากำลังมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวผม
.
.
ในวินาทีแรกที่ผมได้ยินถ้อยคำนั้น
ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกมันพังทลายลงไปในทันทีทันใด
อนาคตที่ผมเคยวางเอาไว้ มันวูบลงไปในทันที
.
.
ผมจะทำอย่างไร
.
.
อนาคตของผมจะเป็นไปในทางใดกันแน่
หากเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความจริง
ผมจะรับมือกับมันไหวมั้ย
ผมแทบจะไม่มีกำลังใจที่จะทำอะไรทั้งนั้น
รู้สึกสับสนมากๆ ทำอะไรไม่ถูก
.
.
ผมจะทนอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ได้นานเท่าไรกัน.......................................
.
.
.............................................
ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะประตูห้องของผมดังขึ้นอยู่ครู่นึงกว่าผมจะรู้สึกตัว
แต่ผมก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป
ยังคงฝังตัวเองอยู่ในผ้าห่มเหมือนเดิม
เกือบอาทิตย์แล้วที่ผมไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ออกไปไหนทั้งนั้น ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล
และยังคงไม่มีใครนอกจากคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้เรื่องราวนี้
.
.
ในตอนนี้ผมยังไม่เข้ารับการตรวจ เพราะยังคงกลัว
.
.
กลัวที่จะรับรู้
กลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริง
ความจริงที่ยังคงรอผมอยู่
.
.
"นี่พ่อเองนะ"
เป็นอีกครั้งที่พ่อผมพยายามจะเข้ามา หลังจากที่ไม่สำเร็จมาหลายครั้ง
.
.
..............................
ผมเงียบไม่ตอบอะไรกลับไปทั้งนั้น
.
.
"นัท ได้ยินพ่อมั้ยลูก"
พ่อผมพยายามเกลี้ยกล่อมผมอีกครั้ง
"นัท เปิดประตูให้พ่อเข้าไปได้มั้ย"
.
..................................
"นัท......"
.
.
.
"นัท ฟังพ่อนะ"
พ่อผมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ไม่ใช่เท่าแต่ลูกนะ ที่ทุกข์ใจ ยังมีใครอีกหลายคนที่ทุกข์ใจไม่แพ้ไปกว่าลูกนะ ลูกอย่าเก็บมันเอาไว้คนเดียว อย่าแบกรับมันเอาไว้คนเดียวสิ ยิ่งลูกเป็นแบบนี้พ่อก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นกว่าเดิมนะ"
.
.
"อย่าคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียวสิ......................................."
.
.
.............................
.
.
.
แอ๊ดดดดดดดดดดดด
ผมลุกขึ้นออกไปเปิดประตู พ่อผมยังคงยืนรออยู่ไม่ไปไหน
ผมสังเกตได้ถึงสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยผม
.
.
นี่ผมทำตัวแย่อีกแล้วใช่มั้ย
นี่ผมทำตัวให้คนอื่นต้องมาเป็นห่วง เป็นทุกข์อีกแล้วใช่มั้ย
.
"พ่อเข้าไปได้มั้ย"
ผมพยักหน้าพร้อมกับถอยเปิดทางให้พ่อผมเข้ามา ผมเดินกลับขึ้นไปยังเตียงนอน ส่วนพ่อผมหยิบเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ
.
.
"หิวมั้ย..."
พ่อผมถาม แต่ผมเงียบ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป
.
.
"นานเท่าไรแล้วนะ ที่เราสองคนพ่อลูกไม่ได้พูดคุยเปิดออกกันเนี่ย"
พ่อผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสขึ้น
................................
ผมยังคงเงียบ และยังคงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเช่นเดิม
.
.
"ลูกรู้มั้ย สิ่งที่พ่อภูมิใจที่สุดในชีวิตของพ่อคืออะไร"
พ่อผมเอ่ยขึ้นมาด้วยถ้อยคำที่เรียบๆ
.
.
.
.................................
.
......
"วันแรกที่ลูกลืมตาเกิดมา เสียงร้องของลูกที่ดังไปทั่วห้องคลอด"
พ่อผมนิ่งไปครู่หนึ่ง
"ทันทีที่พ่อได้รับรู้ว่าลูกมีตัวตนขึ้นมาบนโลกใบนี้แล้ว นั่นล่ะ คือสิ่งที่พ่อเฝ้ารอคอยมานาน พ่อพยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกมาตลอด อะไรที่คิดว่าดี พ่อก็พยายามหามาหาให้"
.
.
พ่อผมหยุดนิ่ง เสียงเริ่มสั่นเครือ
.
"จนบางครั้งพ่อเองกลับลืมนึกถึงอะไรบางอย่าง"
.
.
"อะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมาตลอด แต่พ่อก็กลับมองไม่เห็นมัน กลับละเลยมัน"
.
"สิ่งนั้นคือ ความรู้สึกของลูก ยังไงล่ะ"
เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
"พ่อ ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ดูแลลูกให้ดีกว่านี้............."
.
.
น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของพ่อผม
บุคคลที่เคยเข้มแข็ง
บุคคลที่เคยเป็นหัวหน้าครอบครัว
.
.
วันนี้กลับปล่อยน้ำตาออกมา และร้องไห้อยู่ตรงหน้าผม
.
.
ผมลุกขึ้นออกมาจากผ้าห่ม หันหน้าไปยังพ่อผมที่ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร
.
"พ่อ"
ผมพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา
"ไม่ใช่ความผิดของพ่อหรอก ผมรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อทำ มันก็เพื่อผมทั้งหมด"
ผมขยับตัวเข้าไปใกล้
"ผม.........ผมไม่เคยโทษพ่อเลย แม้แต่ครั้งเดียว ผมต่างหากล่ะ ผมขอโทษ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง"
.
.
"แต่....ผมกลัว กลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน ถ้าหากตรวจแล้วมัน.........................................."
น้ำตาผมเริ่มคลอเบ้า
"ผมยังทำใจไม่ได้ ผมยังไม่พร้อมที่จะรับรู้ ผม..............................."
"แต่พ่อยังอยู่ตรงนี้นะ "
พ่อผมพูดแทรกขึ้นมา
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อก็ยังอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งลูกไปไหนแน่ๆ"
.
.
"แต่................"
ผมพยายามจะพูด แต่กลับพูดไม่ออก
"พ่อมีลูกเพียงคนเดียวนะ ไม่ว่าจะอย่างไรพ่อก็จะไม่ยอมเสียลูกไปอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยนานไปกว่านี้อีกเลย"
พ่อผมพยายามจะอธิบาย
"บางที มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ก็เป็นได้นะ อย่ามองอะไรในแง่ร้ายสิ ลูกต้องมีกำลังใจเข้าไว้นะ ต้องสู้กับมัน"
.
.
.
"แล้วถ้ามันเป็น.........ความจริงล่ะ......."
ผมถามกลับไป พ่อผมนิ่งเงียบไปครู่นึง
.
.
.
"แล้วลูกจะยอมแพ้มันเหรอ จะปล่อยให้มันทำร้ายตัวลูก และอนาคตของลูกอย่างนั้นเหรอ"
.
.
ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ
ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้ทำ
เพียงแต่.....................
"ไม่ต้องกลัวนะลูก "
พ่อผมพยายามจะอธิบาย
"ถึงมันจะใช่ แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นนะ มันยังพอมีวิธีแก้ไขนะลูก ยังไงมันก็ต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแน่นอนอยู่แล้ว พ่อเชื่ออย่างนั้นนะ"
พ่อผมเผยยิ้มขึ้นมา พร้อมกับหยาดน้ำตาที่เริ่มแห้งไปแล้ว
"ไม่ว่าจะยังไง พ่อก็ยังอยู่เคียงข้างลูกนะ ไม่ทิ้งลูกไปไหน อยู่แล้ว"
.
.
"พ่อครับ"
ผมพูดด้วยเสียงเรียบๆ อย่างแผ่วเบา
"ผมขอโทษครับ"
.
.
"ขอโทษ?"
พ่อผมสงสัย
"เรื่องอะไรน่ะ ไม่ต้องขอโทษ พ่อรู้ว่าลูกสับสน ลูกยังไม่พร้อม ไม่เป็นไร แต่ค่อยๆ..."
"ไม่ใช่......ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนี้"
ผมพูดขัด
.
.
.
"ผมขอโทษที่ผมอาจจะเป็นลูกที่ไม่ค่อยได้เรื่อง"
"ไม่ได้เรื่อง? ยังไงล่ะ ลูกเป็นลูกที่พ่อภูมิใจมากที่สุดนะ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่ลูกก็เป็นในอย่างที่เป็น ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่พ่อไม่พอใจเลยสักครั้ง"
.
.
"แต่เรื่องบริษัท.............."
ผมพยายามจะพูดออกไปแต่ก็โดนพ่อขัดคำขึ้นมาก่อน
"ไม่ต้องห่วง ถ้าลูกไม่พร้อมในตอนนี้ก็ไม่เป็นไร พ่อไม่บังคับไม่ฝืนลูกแล้วล่ะ รอเวลาให้ลูกพร้อมก่อนก็แล้ว"
พ่อผมนิ่งเงียบไปอีกครู่
.
"แต่ถ้าลูกไม่ชอบมันจริงๆ.........................."
.
.
"พ่อก็ไม่ว่าลูกหรอก ทำในสิ่งที่ลูกรักดีกว่า"
"แต่ว่า..."
ผมพยายามจะอธิบาย
"ไม่เป็นไรจริงๆ"
พ่อผมขัดคำอีกครั้ง
"พ่อเองก็ลืมมองความรู้สึกของลูกไปเหมือนกัน ตอนสมัยพ่ออายุเท่าลูก พ่อเองก็เป็นแบบนี้นะ อยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ มีอะไรหลายๆ อย่างที่อยากทำ แต่ก็ไม่ได้ทำ พอมานึกย้อนดูอีกที..................."
.
.
"พ่อเองก็ไม่อยากจะให้ลูกต้องมาแบกรับอะไรในสิ่งที่ลูกไม่ต้องการ แบบที่พ่อเคยเจอจะดีกว่า ฉะนั้นลูกเองก็ไม่ต้องกังวลนะ อยากทำอะไรก็บอกพ่อละกัน พ่อจะสนับสนุน..."
.
"แต่.....มันจะดีเหรอ...."
ผมลังเลที่จะตอบ
ตลอดเวลา จริงอยู่ว่าผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับเรื่องราวในบริษัทเลยแม้แต่น้อย
แต่พอลองมานึกย้อนดูอีกที
ผมเห็นแก่ตัวไปหรือไม่ ผมเอาแต่ใจตัวเองไปหรือไม่
.
"ไม่หรอก"
พ่อผมยิ้มให้กับผม
"คิดซะว่า ทำเพื่อพ่อ ทำในสิ่งที่พ่อไม่เคยได้ทำละกัน"
พ่อผมพลางมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบรูปถ่ายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
รูปถ่าย ของผม และ นันท์
.
.
"พ่อไม่ได้เจอ นันท์นานแล้วนะ ตอนนี้เขาเป็นยังไงมั่งล่ะ"
พ่อยิ้มให้กับรูปถ่าย
"ก่ะ....ก็....สบายดีครับ ท่ะ...ทำไมเหรอ"
ผมอ้ำอึ้ง
.
.
"ห่ะๆ"
พ่อผมหัวเราะเบาๆ
"ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ"
พ่อผมก้มลงไปมองรูปถ่ายอีกครั้ง
.
"ก็น่ารักดีนะ ทำไมถึงเลิกกันซะล่ะ"
วูบ!!!!!!!!!!!!
ผมรู้สึกใจหายวาบทันที นี่พ่อผมรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ
"พ่ะ...พูดเรื่องอะไรอ่ะ....."
ผมพยายามเฉไฉ
.
.
"ห่ะๆๆ "
พ่อผมหัวเราะเบาๆ
"ไม่ต้องปิดหรอก พ่อรู้หมดแล้วว่าลูกกับเขาเคยเป็นอะไรกัน ก็ชัดออกขนาดนั้น ใครเห็นเขาก็รู้ทั้งนั้นล่ะ...."
.
"ล่ะ...แล้วพ่อรับได้เหรอ..."
ผมถาม
.
"อะไรล่ะ"
พ่อผมถามกลับ
.
.
.
"แม้ว่าผมจะเป็น........................."
ผมพยายามจะอธิบายเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นตัวผมออกไป
แต่ว่า มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำแบบนั้น
.
.
ผมไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน
.
"ลูกมีความสุขกับมันมั้ยล่ะ พอใจในสิ่งที่ลูกเป็นมั้ยล่ะ"
พ่อผมเอ่ยถามขึ้น
แต่ไม่มีคำตอบใดๆ ออกมาจากผม
"ถ้าสิ่งที่ลูกเป็น มันทำให้ลูกมีความสุข มันก็พอแล้วล่ะ ลูกได้สร้างความเสื่อมเสียอะไรมั้ยล่ะ ไม่นี่"
.
.
.
"ความสุขของพ่อ คือการได้เห็นลูกมีความสุขนะ"
พ่อผมยิ้มกว้าง
.
.
"ผมเป็นแบบนี้แล้วพ่อยังจะภูมิใจในตัวผมอีกเหรอ"
ผมถามด้วยสีหน้าเศร้า
.
.
.
.
"สิ่งที่พ่อภูมิใจมากที่สุด.............."
.
.
.
.
.
.
"คือการที่มี นัท เป็นลูกของพ่อ ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร มันไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ลูกเป็นตัวของตัวเอง และมีความสุขกับตัวของลูกเองก็เพียงพอแล้ว"
.
.
.
.
.
ทันทีที่ผมได้ยินเช่นนั้น น้ำตาของผมก็เอ่อล้นไหลออกมาทันที
ความรู้สึกที่เคยปิดบังเอาไว้ ตัวตนที่ต้องหลบซ่อน
ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว
.
.
ผมเข้าสวมกอดกับพ่อทันที
แม้ว่าจะขาดความรักจากใครบางคนไป
แต่ก็ยังมีความรักจากพ่อ และคนอื่นๆ อยู่
เพียงแต่ผมกลับมองไม่เห็น และไม่เคยใส่ใจมันเองเท่านั้น
.
.
ขอโทษครับ
ขอโทษจริงๆ..........
สัญญาครับว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
....
เพื่อตัวเอง................
.
.
.
.
และคนที่ยังรักเรา...........................
.
.
.

ผมเข้ารับการตรวจโรคหัวใจ ในอีกวันถัดมา
.
.
.
และสิ่งที่ที่ผมเคยหวาดกลัวเอาไว้
.
.
.
มันก็เป็นจริง
.
.
.
.
แม้มันยากที่จะยอมรับได้ อาจจะหวั่นเกรงกับมันบ้าง
แต่ผมจะสู้กับมัน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ยังมีใครอีกหลายคนที่ยังอยู่เคียงข้างผม
ผมจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
.
.
.
.
จบตอนที่ 7

 

อ่านตอนต่อไป

กลับสู่หน้าแรก


จิ๊บคุง
View full profile