2007/Apr/13

ตอนที่ 8 สิ่งที่ต้องเลือก

 

กว่า 2 เดือนมาแล้ว

ที่ตอนนี้ชีวิตผมมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม
ต้องปรับเปลี่ยนความเป็นอยู่การดำเนินชีวิตมากมายพอสมควร
มีอะไรหลายๆ อย่างที่เข้มงวดขึ้น
.
.
ผมก็เข้าใจว่านั่นทั้งหมด ก็เพื่อตัวผมเอง
.
แม้ตอนแรกๆ จะยังทำใจไม่ค่อยได้ กับความจริงที่เกิดขึ้น
.
แต่ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้ว
ว่าจะสู้กับมัน
เพื่อทั้งตัวเอง
และคนที่ยังรักเรา.......
.
.
.
.
จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จะไม่ยอมแพ้มันง่ายๆ
....................................................
ทางด้านโรงเรียนก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
.
.
แน่นอนยังไม่มีใครรู้
วิชาพละผมก็อ้างว่ากระดูกส้นเท้าผมมีปัญหา ไม่สามารถเข้าเรียนได้
ซึ่งส่วนนี้ทางโรงเรียนเองก็ช่วยเป็นอย่างดี
เพราะผมไม่ต้องการให้ใครรู้ ไม่ต้องการบอกใคร
ไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรือเห็นใจอะไรทั้งนั้น
.
.
ผมยังคงพยายามดำเนินชีวิตตามปกติ แม้ว่ามันอาจจะไม่เหมือนเก่า
.
.
ตอนนี้ผมเริ่มปรับตัวกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้มากขึ้นแล้ว
.
.
จะยกเว้นก็กับนันท์คนเดียวนี่ล่ะ เฮ้ออออออ คิดแล้วเศร้าแฮะ T^T
.
"พี่สา เดี๋ยวผมกลับมานะครับ"
ผมตะโกนบอกพี่สาที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว
"จะไปไหนเหรอคะ?"
"ไปเดินเล่นแถวนี้นี่ล่ะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
ผมตอบกลับไป
"ค่ะ งั้นก็ระวังตัวด้วยนะคะ"
"ค้าบบบบบบบบบบบ"
.
.
ผมออกมาจากบ้าน เพื่อเดินไปยังสนามเด็กเล่นประจำหมู่บ้าน
ไม่รู้ว่าเพราะด้วยเหตุใด แต่มันรู้สึกถ้าไปแล้วอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
.
และอีกใจนึงก็หวังว่าอาจจะได้พบใครบางคน
.
............................
สนามเด็กเล่น
ผมนั่งลงตรงม้านั่งข้างๆ สนามเด็กเล่น นั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะมองหาใครบางคน
.
.
10 นาทีผ่านไป
.................................
.
.
.
20 นาทีผ่านไป
..................................................
.
เหอะๆ สงสัยจะคิดง่ายๆ ไปหน่อยแฮะเรา ไม่เจออ่ะ สงสัยว่าวันนี้คงไม่มาล่ะมั้ง
.
.
ว่าแต่ ทำไมผมต้องไปสนใจเขาคนนั้นด้วยเนี่ย ก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักหน่อยนี่
.
.
.......................
แต่มันก็เลิกที่จะคิดถึงไม่ได้นี่
นี่เราเป็นอะไรของเราไปเนี่ย ว้อยยยยยยยยยยยย
"ทำอะไรน่ะ"
เสียงคุ้นหูทักดังขึ้นจากข้างหลัง ในขณะที่เห็นผมกำลังทำท่าเอามือกุมขมับอยู่
"ช่ะ...แชมป์"
ผมอึ้งเล็กน้อย เมื่อหันไปเห็นว่าอีกฝ่าย คือเขา
"ก็เออดิ คิดว่าใคร ว่าแต่ มานั่งทำไรตรงนี้น่ะ"
แชมป์ถามผม ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ ผม พร้อมกับตะโกนบอกน้องสาวว่าให้เล่นระวังๆ
.
.
"ก็......ก็.......ป่าวนี่"
อยู่ๆ ผมก็เกิดอาการพูดไม่ออกซะงั้น - -*
"เอาป่ะ"
แชมป์ถามผมพลางยื่น กูลิโกะ ป๊อกกี้มาให้ (กินขนมน่ารักเชียวนะ)
.
.
...............................
บรรยากาศตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้
มันไม่ใช่บรรยากาศอึดอัดอะไร แต่ทว่าในใจของผมตอนนี้ มันรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
.
.
"มีเรื่องไรไม่สบายใจป่าว"
อยู่ๆ แชมป์ก็เอ่ยปากถามผม
"ก็............"
ผมยังคงพูดไม่ออกเหมือนเดิม(เป็นบ้าอะไรของตรูฟระ - -*)
.
"ว่าแต่ ทำไมถึงคิดงั้นอ่ะ"
ผมถามกลับ
"ก็หน้านายมันบ่งบอกนี่ ว่าไง มีเรื่องไรไม่สบายใจเหรอ หรือว่าเรื่องโรคของนาย.............."
แชมป์ทำท่าจะพูดต่อ แต่ก็ต้องชะงักทันที เมื่อจะพูดถึงเรื่องนั้น
"ป่าวๆ ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่เรื่องนั้นน่ะ"
"งั้นก็แล้วไป"
แชมป์ทำหน้าโล่งใจขึ้นมาเปราะนึง
.
.
"งั้นแสดงว่าแฟนทิ้งชัวร์"
แชมป์พูดสันนิษฐานขึ้นมาอีก คราวนี้เล่นเอาผมถึงกับตกเก้าอี้เลย - -*
"ไหงคิดงั้นอ่ะ"
"งั้นก็แสดงว่าใช่"
เอาสิ พี่แกเออเองเสร็จสรรพ - -*
"ใช่มะล่ะ"
แชมป์ยังคงถามผมต่อ คราวนี้เล่นเอาผมไปต่อไม่ถูกเลย
.
.
"มันก็ไม่เชิงแฟนอ่ะ ว่าไงดีล่ะ คือเคยเป็นน่ะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วน่ะ"
"อ้าวถ้าเลิกกันแล้ว จะมานั่งเศร้าเป็นลิงอมตดทำไมเนี่ย"
ดูมันพูด - -*
.
.
"ก็.....ตอนเลิกกัน ไม่ได้อยากเลิกหรอก เพียงแต่..........มันเป็นเรื่องของ......................ช่างมันเหอะ ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ยอมคุยด้วยเลยนี่สิ"
ผมพูดออกไปอย่างไม่ปกปิด ไม่รู้ว่าเพราะด้วยเหตุใด เขาคนนี้เป็นใครกัน ทำไมผมถึงได้เอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับเขาได้กันนะ
แม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ได้อะไรกลับมา เพียงแต่.........มันรู้สึกดี ที่ได้ระบายให้ใครสักคนฟัง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม
"ทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ ว่างั้น ทั้งนายและอีกฝ่าย"
อึก เดาถูกด้วย - -*
"ก็นะ.....มันอาจจะใช่ก็ได้ มันทำใจลำบากน่ะ ไม่สิ ทำใจยอมรับมันไม่ได้กับมันไม่ได้มากกว่า ทั้งๆ ที่รักมาก แต่........"
.
.
"แน่ใจเหรอว่านั่นคือ รัก"
อยู่ๆ แชมป์ก็เอ่ยถามผมขึ้นมา
"ท่ะ....ทำไมถามงั้น"
"ก็..........ไม่รู้สิ แต่มันรู้สึกงั้นอ่ะ"
"รู้สึกไงอ่ะ"
ผมถามกลับด้วยความสงสัย
.
.
"ก็รู้สึกเหมือนนายกำลังยึดติด และกำลังจมอยู่กับอดีตมากกว่า อะไรที่มันผ่านไปแล้ว มันแก้ไขไม่ได้ นายน่าจะรู้นี่"
"มันก็ใช่ แต่........"
ผมพยายามจะพูด แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
"คือไงดีอ่ะ เราก็ไม่เก่งเรื่องอธิบายด้วยอ่ะนะ แต่นายลองคิดดูดีๆ ว่านายจะทำยังไงกับมันดี......."
.
.
"ระหว่าง ดื้อดึงมันต่อไป แล้วสุดท้าย อาจจะต้องเสียมันไปตลอดกาล............"
.
"หรือ ยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองควรจะอยู่ แต่ได้อยู่ใกล้กับอีกฝ่ายตลอดไป แม้มันจะไม่เหมือนเก่าก็ตาม นายจะเลือกอย่างไหน"
ทันทีที่แชมป์พูดขึ้นมา เหมือนผมจะคิดอะไรได้
.
เพียงแต่..............................
"คนเราน่ะ ถ้าไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่น่ะล่ะ ต่อให้ยื้อกัน ดื้อดึงกันไปมันก็เท่านั้น แต่ถ้ามันใช่ล่ะก็ ต่อให้อยู่คนละที่ คนละเวลา ยังไงสุดท้ายมันก็ต้องมาเจอ กันจนได้น่ะล่ะ"
แชมป์หันมาทางผม พร้อมกับเผยยิ้มให้ผมเห็นอีกครั้ง
.
.
"ทำใจให้สบายดีกว่าน่ะ มัวแต่คิดเรื่องในอดีตไป มันก็มีแต่ทำให้อนาคตของเรามืดมัวเท่านั้นล่ะ มองอนาคตที่กำลังจะมาถึงข้างหน้าดีกว่า ส่วนเรื่องในอดีตน่ะ เก็บมาแต่สิ่งดีๆ ก็พอแล้ว"
.
.
ด้วยคำพูดและรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยของแชมป์ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
.
.
"ขอบใจนะ แชมป์"
ผมพูดยิ้มตอบกลับไป ส่วนแชมป์ไม่ได้พูดอะไรกลับมา ได้แต่ยิ้มให้ผมเท่านั้น
แต่เพียงแค่นั้น มันก็มากพอสำหรับผมในตอนนี้แล้วล่ะ
.
.
.

วันรุ่งขึ้น
ผมก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติทุกวัน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังคงไปยืนงัวเงียอยู่หน้ากระจกเหมือนเดิม
เพียงแต่ วันนี้คิดว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างให้มันชัดเจนสักที จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้
.
.
คาบวิชา ภาษาไทย
เอาล่ะ ทำรายงานมาส่งครู ตามที่ครูแบ่งกลุ่มไปให้นะ ส่งวันจันทร์หน้าอย่าลืมล่ะ
อ. ประจำวิชาภาษาไทย สั่งงานเสร็จก็ปล่อยให้พวกเราเข้ากลุ่มทันที เพื่อให้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม ผมเองก็ไม่ได้หนักใจเรื่องทำรายงานอะไรหรอกนะ
.
.
แต่ผมได้อยู่กลุ่มเดียวกับนันท์นี่สิ
.
.
ตั้งแต่วันนั้นที่หน้าห้าง ผมกับนันท์ ก็ไม่ค่อยจะได้พูดคุยอะไรกันเลย
เหมือนจะรู้กันว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้น เลยพยายามจะหลีกเลี่ยงซึ่งกันและกัน
.
.
แต่ผมจะปล่อยให้มันจบแบบนี้เหรอ
.
.
"มายด์ เดี๋ยวนันท์มานะ"
"อ่าว ไปไหนอ่ะ"
"ไปห้องน้ำ"
นันท์พูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไป โดยที่ไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่น้อย
.
แบบนี้มันเรียก จบ แล้วเหรอ
ทั้งๆ ที่คิดว่าจะตัดใจได้แล้วแท้ๆ คิดว่าจะถอยออกมาแล้ว
แต่ทำไมมันถึงรู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างค้างคาติดอยู่ในใจนะ
.
.
.
เพราะอะไร.................
.
คำตอบที่ตัวเองถาม.......แต่กลับตอบคำถามนั้นให้กับตัวเองไม่ได้
.
.
-ระหว่าง ดื้อดึงมันต่อไป แล้วสุดท้าย อาจจะต้องเสียมันไปตลอดกาล........หรือ ยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองควรจะอยู่ แต่ได้อยู่ใกล้กับอีกฝ่ายตลอดไป แม้มันจะไม่เหมือนเก่าก็ตาม นายจะเลือกอย่างไหน-
.
อยู่ๆ คำพูดของ แชมป์ก็แล่นผ่านเข้ามาในหัวผม
.
.
.
"มายด์ เดี๋ยวนัทมานะ"
"อ้าว เฮ้ย จะไปไหน"
"ไปห้องน้ำ"
"เฮ้ย ไรเนี่ย มหกรรมเข้าห้องน้ำกันเรอะ"
ผมบอกมายด์พร้อมกับลุกขึ้นตามไปทันที
.
.
ที่ห้องน้ำ
ผมยืนรอนันท์อยู่หน้าห้องน้ำ ไม่ได้ตามเข้าไปหรอก - -* ผมยืนรออยู่พักนึง นันท์ก็เดินออกมา
"นันท์"
ผมเรียกชื่อของนันท์ ทำเอานันท์ถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว (ไม่ใช่ผีนะ - -*)
.
"น่ะ...นัท มีอะไร.........."
นันท์ตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก
.
.
"นัท ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย ขอแค่ไม่นานเอง 5 นาทีก็พอ"
.
................................
นันท์ยังเงียบ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ได้แต่นิ่งเงียบ
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างช้าๆ นันท์มีท่าที กังวลอยู่พอสมควร
ผมเอื้อมมือไปจับมือของนันท์ช้าๆ ทำเอานันท์สะดุ้งเล็กน้อย
.
.
"นันท์ครับ นัท..........นัท..........."
.
.
ผมนิ่งเงียบไป มันทำใจยากที่ยอมรับมัน และยากที่จะพูดไป
"นัท.......นัทขอโทษนันท์นะ นันท์ช่วยกลับมาเป็นนันน์คนเดิมได้มั้ย"
.
.
"ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นมัน....................."
นันท์พยายามจะบ่ายเบี่ยง แต่ผมก็ขัดจังหวะไว้ก่อน
"ป่าวๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น ตอนนี้นัทเข้าใจแล้วนะ นัทยอมรับแล้วนะว่า มันคงกลับไปเป็นแบบเก่าไม่ได้แล้ว เพียงแต่........"
.
.
น้ำตาผมมันกำลังจะไหลออกมา ผมพยายามฝืนกลั้นมันเอาไว้
เพียงแต่นัทไม่อยากเสียนันท์ไปนะ ขอให้นัทได้อยู่ข้างๆ นันท์เหมือนเมื่อก่อนได้มั้ย ไม่ต้องเหมือนก่อนก็ได้
.
.
"ขอแค่คำว่า เพื่อน ก็ยังดี จะได้มั้ย ส่วนเรื่องที่มันเคยเกิดขึ้นมา นัทขอโทษ นัทขอโทษจริงๆ........."
ถึงแม้ว่าผมจะพยายามฝืนกลั้นน้ำตาไว้เพียงใด แต่มันก็ไม่สามารถทำได้แล้วในตอนนี้ น้ำตาผมมันไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
.
.
มันจะมีโอกาสสักแค่ไหนกันเชียว ที่ผมจะสมหวังกับคำขอนี้
หรือผมจะต้องผิดหวังไปตลอดกาลกัน
.
.
ในขณะที่ผมได้แต่ก้มหน้าเอาแต่ร้องไห้เหมือนเด็กงอแง
อยู่ๆ ก็มีมือมาแตะบ่นผมเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นมามอง
และสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นก็คือ
.
.
มือของนันท์ที่วางลงบนบ่าของผม และหยดน้ำตาของนันท์ที่ไหลออกมาเช่นกันกับผม
"ทำไม....ทำไม นัทถึงยังรอนันท์อยู่ล่ะ ทั้งๆ ที่นันท์ทำเรื่องแย่ๆ กับนัทไว้มากแบนี้.........."
.
.
"ทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เกิดมาจากนัทเลย คนที่ผิดคือนันท์เองแท้ๆ ที่........................แต่ทำไม ทำไมนัทถึง....."
"เพราะนันท์คือคนที่สำคัญสำหรับนัทไงล่ะ"
ผมตอบออกไปทันที ที่นันท์พูดเช่นนั้น
.
"ตอนนี้นัทไม่สนแล้วนะว่ามันจะกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้อีกมั้ย นัทรู้แค่ว่า นัทไม่อยากเสียนันท์ไป ขอแค่ได้เป็นเพื่อนนันท์ก็พอแล้ว นัท........."
"ขอโทษ นันท์ขอโทษ นันท์ขอโทษจริงๆ ขอโทษที่ทำให้นัทต้องเจ็บปวด........"
นันท์ปล่อยโฮออกมา ผมเข้าสวมกอดนันท์ทันที
มันไม่ใช่การกอดกันในฐานะของคนรัก แต่มันเป็นการกอดกันในความรู้สึกของความห่วงใย
.
.
"นัทขอกลับมาเป็นเพื่อนกับนันท์จะได้มั้ย กลับมาพูดคุยกันเหมือนเมื่อก่อนได้มั้ย นัทสัญญานะ ว่านัทจะไม่ขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาอีก....ขอแค่......"
นันท์ดันตัวออก พร้อมกับเช็ดน้ำตาที่กำลังไหล ก่อนที่จะถามผม
"ทั้งๆ ที่นันท์แย่ขนาดนี้ นัทยังให้อภัยนันท์อยู่อีกเหรอ"
.
.
"นัทไม่สนหรอก มันไม่ใช่ความผิดของนันท์ตั้งแต่ต้น หรอก ความผิดมันมาจากนัทต่างหาก ถ้าวันนั้นนัทไม่.............."
ผมพยายามจะพูด แต่ก็ชะงักไป เพราะไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องนั้น
"ไม่หรอก นันท์ต่างหากล่ะ ทั้งๆ ที่นันท์เองก็..............แต่นันท์ก็ยังจะมาคบกับนัท ยังให้ความหวังกับนัท..........."
นันท์นิ่งเงียบไปอีก น้ำตากำลังไหลออกมาอีกครั้ง จนผมต้องพูดออกไปก่อน
"พอเถอะ อย่าไปพูดถึงมันเลย อย่าไปรื้อฟื้นเรื่องในอดีตอีกเลย นัทไม่สนใจแล้วล่ะ ตอนนี้นันท์ นันท์จะรักใคร นัทก็ยอมรับมันได้แล้วล่ะ นัทขอแค่ ขอให้ได้ยืนอยู่เคียงข้างนันท์ก็พอ แค่ในฐานะเพื่อน นัทก็พอใจแล้ว ได้มั้ย"
.
.
ไม่มีเสียงตอบใดๆ กลับมาจากนันท์
แต่มีเพียงรอมยิ้มเล็กๆ จากใบหน้าของนันท์
รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่ผมไม่เคยได้เห็นมานาน
.
.
สิ่งที่ผมเฝ้ารอมานาน
บัดนี้ผมได้มนกลับคืนมาแล้ว
.
.
.
แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ในรูปแบบเดิม
ไม่ใช่ในฐานะ คนรัก
.
.

แม้อย่างน้อยอะไรต่างๆ มันอาจจะไม่สามารถย้อนกลับไปยังตามที่ต้องการได้
.
.
แต่ก็ไม่อยากให้อะไรๆ มันเลวร้ายลงไปมากกว่านี้
.
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งสอง ให้มันหยุดลงตรงที่คำว่า
เพื่อน
ก็เพียงพอแล้ว.......
.....
..
.
.
อย่าพยายามดึงดัน ดื้อรั้นไปมากกว่านี้ จะดีกว่า
.
.
.
แค่นี้ก็ดีเหลือเกินแล้ว
.
.
.
"นันท์ เสาร์นี้ว่างมั้ย"
ผมหันไปถามนันท์ ด้วยสีหน้าที่สดชื่น
"ทำไมเหรอ"
นันท์ตอบกลับ ในขณะที่สายตายังคงง่วนอยู่กับ งานที่อยู่ตรงหน้า
"ก็......คราวก่อน นันท์ยังไม่ได้ดูหนังเลยนี่"
ผมพยายามจะอธิบาย ดูนันท์ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึง
"ชวนเพื่อนๆ ในห้องไปดีด้วยมั้ย จะได้ครึกครื้น"
.
.
"จะดีเหรอ"
นันท์ถามกลับ พร้อมกับหน้ามามองผม
"ทำไมล่ะ "
ผมถามกลับ แต่นันท์ก็ไม่ตอบอะไรกลับมา
"ก็แล้วแต่ นัทละกันนะ ดีเหมือนกัน"
.
.
.
.
นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตผมช่วงหนึ่งเลยทีเดียว...................................
.
.
.
.................................
อีกฟากนึง
เหล่ากลุ่มนักเรียนในชุดช่างกลกำลังจับกลุ่มพูดคุยกัน
"เฮ้ย ไอ สันต์ "
เสียงของเด็กหนุ่มคนนึงพูดดังขึ้น หลังจากที่ทิ้งบุหรี่ในมือที่หมดมวนแล้วลงกับพื้น
"ว่าไง"
ชายคนดังกล่าวขานกลับ
"เรื่อง ไอนัท ตอนนี้เมิงได้ข่าวยังวะ ว่ามันย้ายไปอยู่ที่ไหน"
เด็กหนุ่มถามพลางกับหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุด
"เออ ใช่ กรูให้แฟนกรูไปถามไปพวกเพื่อนๆ มันแล้ว มันย้ายกลับไปเรียนที่โรงเรียนXXXโรงเรียนเก่าที่มันเคยเรียนตอน ม. ต้นนู่น"
.
.
.
.
.
"ดี........"
เด็กหนุ่มยิ้มแสยะ
"รู้อย่างนี้ก็ง่ายหน่อย กรูจะได้ทวงคืนง่ายหน่อย.........................."
.
.
.
.
.
.
.
จบตอนที่ 8

 

อ่านตอนต่อไป

กลับสู่หน้าแรก


จิ๊บคุง
View full profile