2007/Apr/13

ตอนที่ 9 แค่ใกล้ชิด


"คุณนัทคะ ตื่นได้แล้วค่ะ วันนี้มีนัดตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะคะ"
เสียงพี่สาปลุกผมให้ขึ้นมาจากภวังค์
วันนี้ต้องไปโรงพยาบาลตรวจร่างกายอีกแล้ว
ถึงแม้จะเป็นอะไรที่น่าเบื่อ แต่ผมก็ต้องทำ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถเลี่ยงได้
.
.
.
ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
ผมต้องปรับตัวให้เข้ากับมันให้ได้
....
...........
............................
"ร่างกายเป็นยังไงมั่งช่วงนี้"
หมอไพโรจน์ถามผมพลางตรวจอัตราการเต้นของหัวใจของผม
"ก็เรื่อยๆครับ"
ผมตอบออกไปอย่างเรียบๆ
"แล้วมีอาการหอบเหนื่อยอะไรมั้ย"
หมอถามผมอีก พร้อมกับหันไปจดอะไรบางอย่างลงสมุดบันทึก
"ไม่ค่อยมีแล้วครับ เพราะไม่ค่อยทำอะไรที่ต้องใช้แรงมากนัก.............."
"อืม........................"
.
.
.
การตรวจก็ดำเนินตามปกติ อย่างที่เคยเป็นประจำ
หมอก็พูดกำชับและสั่งผมเหมือนเดิมอย่างที่เคยพูดๆ มา ผมก็ได้แต่พยักรับคำไป ทั้งๆ ที่จำได้ขึ้นใจหมดแล้ว-*-
.
.
เอาน่ะ เพื่อตัวเอง ยังไงก็ต้องสู้
.
.
.............................
เขาว่าโรคหัวใจ นั้น กำลังใจมีผลมากต่อผู้ป่วยที่เป็น
และตอนนี้กำลังใจผมดีมากๆเลย มากขึ้นกว่าแต่ก่อน
"พ่อครับ"
ผมเรียกพ่อ ในขณะท่านเดินนำหน้าผมไปยังลานจอดรถ
"หือ....."
พ่อผมหันกลับมา
"ว่าไง มีอะไรล่ะ"
"เดี๋ยวช่วยไปส่งผมที่ห้างXXXทีนะครับ"
.
.
"ทำไมรึ"
พ่อผมหันมาถาม ก่อนที่จะหันกลับไป
"ผมนัดเพื่อนไว้น่ะครับ ว่าจะได้ไปเที่ยวกัน"
ผมตอบออกไปด้วยท่าทีที่ปกติ แต่พ่อผมสิ พอได้ยินแบบนั้นแล้ว...............
.
.
"แน่ใจว่าเพื่อน...."
พ่อผมถามด้วยรอยยิ้มที่ดูจะเจ้าเล่ห์ผิดปกติ -*- อะไรเนี่ย
.
"เพื่อนสิ ไม่ใช่เพื่อนแล้วจะใครอ่ะ"
ผมปฏิเสธพัลวันแต่หน้ามันแดงไปเรียบร้อยแล้ว -*-
พ่อผมยังคงมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม ก่อนที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมา
"พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ลูกก็ไม่ใช่เด็กแล้ว จะมีฟงมีแฟนก็ไม่เห็นจะแปลกนี่ ใช่มะ"
พ่อผมยิ้มพร้อมขยิบตาให้ผมทีนึง ก่อนที่จะล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกุญแจรถมาไขประตู (ของตัวเองไว้ที่บ้าน -*-)
.
.
.
ในขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไป
ผมเองก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมาย ไม่สาระ เช่นจะไปไหนดี จะกินอะไร (ไร้สาระจริง -*-)
จนพ่อผมเอ่ยถาม
"นัท เป็นอะไรน่ะ ดูเหม่อๆ นะ"
..
"ป่าวครับ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ"
ผมหันมาตอบ ก่อนที่จะหันกลับออกไปยังข้างนอก
.
.
.
"ถ้ามีอะไร บอกพ่อได้นะ"
.
.
.
.
"ยังไงเราก็เป็นพ่อลูกกันนะ พ่อยินดีรับฟังปัญหาของลูกเสมอนะ"
พ่อผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
.
.
ขอบคุณครับพ่อ ผมภูมิใจจริงๆ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ
พ่อที่เข้าใจในตัวตนที่แท้จริงของผม
พ่อที่อยู่เคียงข้างผมในยามที่ผมมีปัญหา
พ่อที่ห่วงใยในทุกการกระทำของผม
.
.
.
(แม้จะตอนที่คิดอะไรไร้สาระด้วย -*-เหอๆ)
.
..
หน้าห้าง XXX
"จะกลับกี่โมงล่ะ จะให้พ่อมารับมั้ย"
พ่อผมถามเมื่อผมกำลังก้าวลงจากรถ
"คงประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ น่ะครับ เดี๋ยวผมกลับรถเมล์เองดีกว่าไม่ต้องลำบากพ่ออีก ยิ่งน้ำมันแพงๆ อยู่ด้วย"
ผมตอบกลับ พ่อผมก็พยักหน้าเป็นการตอบกลับ และก่อนที่ผมจะปิดประตูรถนั่นเอง พ่อผมก็พูดขึ้น
.
.
"นัท ระวังตัวด้วยนะ มีอะไรโทรเข้าเบอร์พ่อทันทีเลยนะ"
.
.
.
ผมได้แต่ยิ้มกลับไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไร
.
.
.
....................................................
"นัทๆ ทางนี้ๆ"
เสียงใสๆ เรียกให้ผมหันไป เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน
นันท์น่ะเอง
วันนี้พวกเรานัดกันมาเที่ยวเล่นน่ะครับ
ไม่ผิดหรอกครับ พวกเรา เพราะวันนี้มากัน 10 กว่าคนแน่ะๆ เหอๆ ครึกครื้นๆ
"วันนี้ตัวใครตัวมันนะ เลี้ยงไม่ไหวว่ะ"
ผมชิงพูด ทำเอาเพื่อนๆ ถึงกับส่งเสียงโห่เลยทีเดียว แต่ก็แค่เป็นโห่หยอกเล่นน่ะครับ ตามประสาเพื่อนฝูงกัน (แต่คิดจริงป่าวนี้อีกเรื่องนึง-*-)
.
.
พวกเราก็เรื่อยเปื่อยไปเรื่อยน่ะครับ
เข้าร้านนี้ ออกร้านนั้น
ทะลุร้านนั้น แล้วมาโผล่ร้านนี้ หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้เลยจริงๆ -*-
.
.
"เออนี่ ใกล้จะปิดเทอมแล้ว พวกเราไปเที่ยวกันเอามั้ย"
เสียงของมายด์แทรกขึ้นมาในขณะที่เหล่าสมาชิกผองเพื่อนผู้หิวโหย กำลังสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อยนิด -*-
"เอาจริงดิ มายด์"
เสียงของ จูน เพื่อนหญิงอีกคนแทรกดักถามขึ้น
"ไม่จริงแล้วชั้นจะพูดขึ้นมาทำเหวไรล่ะยะ"
มายด์พูดหยอกกลับพลางหยิบหมูลงจุ่มในหม้อ
.
.
"ก็ดีอ่ะ"
นันท์แสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง
ทุกคนเองต่างก็ไม่ขัดข้องอะไรเลยแม้แต่น้อย
"แบงค์ล่ะว่าไง เห็นด้วยป่ะ"
นันท์หันไปถามแบงค์ ที่กำลังย่างเนื้อให้นันท์อยู่
.
.
.
ทั้งๆ ที่พยายามจะคิดว่า มันไม่มีอะไรแล้วแท้ๆ แต่ทำไมมันถึงได้รู้สึกเจ็บลึกๆ เวลาที่เห็นทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมนะ
.
.
.
ใจเย็นๆ ไว้สิ นัท นายบอกกับตัวเองแล้วนะว่า มันจบแล้ว
.
.
"อ่า....เอ่อ....ไงดีล่ะ...คือ"
แบงค์ตะกุกตะกักที่จะตอบ ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนักตอนนี้
.
เพราะหมูของผมโดนใครที่ไหนไม่รู้แย่งไปแล้ววววววววววววววววววววววววววววว TTATT
ฮืออออออออออออออ อุตส่าห์ย่างง่า
.
.
"เกาะพะงันเป็นไง......."
เสียงของ พล เด็กหนุ่มท่าทางห้าวๆ โพล่งขึ้นมากะทันหัน ทำเอาทุกคนถึงกับหยุดภารกิจสำคัญ (-*-) ในทันทีทันใด
.
"ไกลไปมั้ยวะ"
เต้ย เด็กหนุ่มร่างสูงถามกลับ พร้อมกับ แอบ(?) เอาตะเกียบคีบหมูของมายด์ออกมา -*-
"ก็น่าสนใจดีนะ"
มายด์เห็นดีเห็นชอบด้วยกับความคิดของพล พร้อมทั้งเอาตะเกียบตีไปที่มือของของเต้ย แล้วแย่งเนื้อหมูกลับมา
ซึ่งทุกคนต่างก็ดูจะชอบอกชอบใจ ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
.
.
"แต่ค่าใช้จ่ายมันสูงนะเว้ย เกาะพะงันมันเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติ ค่ากินอยู่สูงมากเลยล่ะ"
เต้ย แทรกขัดความคิดเห็นของมาย
"นายรู้ได้ไงล่ะหา เต้ย"
มายด์ถามกลับ
"ก็เคยไปเที่ยวนี่เมื่อตอนปีใหม่อ่ะ จะบอกให้ว่าค่าครองชีพในแหล่งท่องเที่ยวสูงโคตรรรรรรร ข้าวจานละ 40 ขึ้น ไหนจะที่พัก บลาๆๆๆๆๆๆ"
.
.
ข้อมูลที่เต้ยบอก ทำเอาทุกคนถึงกับซีดไปตามๆกันเลยทีเดียว
แน่ล่ะ ทุกคนยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง การไปเที่ยวที่ใช้ค่าใช้จ่าสูงแบบนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่พ่อแม่จะยอมอยู่แล้ว แถมยังไกลถึงพะงันอีกแน่ะ
"เรื่องที่พักกับอาหารการกินไม่ต้องเป็นห่วง น้ากรูเปิดรีสอร์ทอยู่หาดริ้นน่ะ สบายอยู่แล้วเรื่องนี้ จะมีก็แค่ค่ารถค่าเรือ ค่ากินเที่ยวส่วนตัวเท่านั้นล่ะ"
พลพูดขึ้นมาทำเอาทุกคนถึงกับมีความหวัง
.
.
"ก็น่าสนดีนี่"
เต้ยพูดยิ้ม
"ถ้าเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้ ก็น่าจะได้หลายอยู่นะ อีกเดือนกว่าๆ กว่าจะสอบปิดเทอม"
ทุกคนกลับมาร่าเริงอีกครั้ง และดำเนินธุรกิจ หม่ำสะท้านโลกกันต่อ -*-
.
.
"จะเหลือก็แต่ แม่ นี่สิ จะผ่านไม่ผ่าน...................."
นันท์พูดแทรกขึ้นมาอย่างเรียบๆ แต่มันก็ถึงขั้นทำให้ทุกคนหยุดชะงักจ๋อยได้เลยทีเดียว
(อารมณ์เปลี่ยนไวจริงไอพวกนี้ -*-)
.
.
"เอาน่ะ ยังมีเวลาอีกตั้งเดือนกว่า ค่อยๆ เกลี้ยกล่อมไปละกันน่ะ"
มายด์พูดให้กำลังใจกับทุกคน ทำให้ทุกคนเริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
.
.
ผมรู้สึกดีมากเลยที่ทุกคนเฮฮา สนุกสนาน ร่าเริงกันแบบนี้
มันทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ
ทำให้ผมมีกำลังใจที่สู้ต่อไป
.
แต่เรื่องไปเที่ยวนี่สิ.............
ผมจะไปได้มั้ยนะ
ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวผม
.
แม้จะพยายามทำให้ชีวิตเป็นเหมือนเดิมอย่างปกติก็ตามที
แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด............................
.
เพราะบางสิ่งที่ดึงรั้ง จำกัดผมเอาไว้...........................
.
.
.
.
"อย่าร้อนตัวถ้าไม่ได้ทำ ถ้าเธอไม่ได้มีใคร เสียงดังโวยวายทำไม งงที่เธอ................"
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น
เบอร์ไม่คุ้นเลย
ผมลุกขึ้นขอตัวออกมาหน้าร้านเพื่อรับโทรศัพท์
(แอบชิ่งตอนนี้ดีมั้ยเนี่ย เหอๆ)
.
.
ตึ๊ด!!!
"ฮัลโหลครับ ผมรับโทรศัพท์ ใครครับ"
.
.
.
...............................
ปลายสายยังคงเงียบ
.
.
"ฮัลโหลๆ ใครน่ะครับ"

ผมพยายามจะถาม แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา
.
.
.
ตรู๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ปลายสายวางโทรศัพท์ลงไปดื้อๆ
ทำเอาผมถึงกับงงเอาทีเดียว
ใครวะ ประสาท -*-
..
.
ผมเดินย้อนกลับเข้าไปในร้าน โดยที่ไม่ได้สนใจหรือเอะใจแม้แต่น้อยเลยว่า คนที่โทรมาเมื่อกี้เป็นใครและต้องการอะไรกัน.........
.
"แฟนโทรมาเหรอวะเมิง ไอนัท"
เต้ยถามผมพลางหัวเราะเบาๆ
"บ้านเมิงดิ ใครก็ไม่รู้โทรมาว่ะ ไม่เห็นจะพูดไร อยู่ๆ ก็ตัดสายทิ้งไปเฉย"
"พวกโทรผิดล่ะมั้ง"
มายด์พูด
"คงงั้น ว่าแต่ใครขโมยเนื้อกรูไปฟระ"
ผมถามพร้อมกับหันหน้าไปมองทุกคน แต่กลับไม่มีใครสบตาผมสักคน
(เผลอไม่ได้จริงๆ เลยไอพวกนี้ - -*)
.
.
......................................
หลังจากที่สวาปามกับเนื้อย่างกันจนอิ่มหนำสำราญใจกันแล้ว พวกเราทั้งหมดก็ตกลงกันว่าจะไปดูหนัง
แต่ไม่รู้จะดูเรื่องไรดีนี่สิ - -*
ปรึกษา (ที่ดูๆ เหมือนทะเลาะ)กันอยู่นาน ก็ตกลงกันมาลงที่เรื่อง สายลับจับจู๋เล็ก เฮ้ย สายลับจับบ้านเล็ก กันครับ
(ไอเต้ยนะไอเต้ย พูดล้อชื่อหนังซะจนผมติดพูดตามมันเลย - -*)
ในขณะที่กำลังรวมเงินกันไปซื้อบัตร ผมเองก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นตา กำลังยืนทะเลาะกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ (พูดซะดูเป็นคนปัญญาอ่อนเลย ตรู - -*)
ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแชมป์ น่ะเอง
"เออ ไปซื้อบัตรกันก่อนนะ เดี๋ยวมาแปบนึง"
ผมหันไปบอกกับเพื่อนๆ ก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปหาแชมป์
.
แม้ไม่รู้จะเข้าไปทำไม แต่ความรู้สึกมันบอกว่าให้ไปหา
"ว่าไง มาทำไรอ่ะ"
ผมทักออกไปโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันรู้ตัว เล่นเอาแชมป์ถึงกับเหวอเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปคุยกับโทรศัพท์
"เออ มาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เออๆ แค่นี้แหล่ะ บาย"
แชมป์วางสายไป ก่อนที่จะหันมาถามผม
"ว่างป่ะ"
"หือ"
"ก็ถามว่าว่างป่าว"
"ก็.....เรื่อยๆ อ่ะ มีไรอ่ะ"
ผมตอบกลับไปแบบ งงๆ เล็กน้อย
.
.
"งั้นก็ดีเลย ดูหนังกันป่ะ"
.
.
.
เอ๋......นี่ผมหูฝาดไปป่าวนะ เมื่อกี้แชมป์เขาพูดว่าไงนะ
"ดูหนังเหรอ"
"เออดิ เซ็งเพื่อนอยู่เนี่ย บอกว่ามาได้ๆ ไอเราก็อุตส่าห์รอ พอถึงเวลาบอกมาไม่ได้ซะงั้น เดี๋ยววันจันทร์จะไปคิดบัญชีเลยคอยดูสิ"
ผมก็ฟังแชมป์บ่นไปเรื่อย พร้อมกับหันกลับไปดูกลุ่มเพื่อนๆ เป็นระยะ
"ว่าไง ดูด้วยกันได้ป่ะ"
แชมป์ถามผมอีกครั้ง ด้วยสีหน้าคาดคั้นเล็กน้อยถึงปานกลาง - -*
"ก็.......เอ่อ................"
.
"ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ว่าจะเอาตั๋วทิ้งอยู่เหมือนกัน"
"อ้าว ไหงงั้นอ่ะ ไม่เสียดายเหรอ"
ผมถาม
"ก็ตั๋วฟรีอ่ะ เสียดายไม ว่าแต่ได้ป่าวเนี่ย ชวนแล้วนะเนี่ย"
.
.
.
"ก็ได้ ไหนๆ ก็ไหน ดูด้วยซะหน่อยละกัน สงสารเด็กถูกทิ้งแถวนี้ 555"
"หา ว่าไงนะ"
"ป๊าว ป่าว ก็ได้ไง ไม่มีไรหรอก อิอิ"
.
.
ไม่รู้ด้วยเหตุใด แต่ผมก็กลับตกลงไปกับคำขอของแชมป์ซะงั้น
ผมกลับไปบอกกลุ่มเพื่อนๆ ว่าติดธุระกระทันหัน ก่อนที่จะปล่อยให้เพื่อนๆ เข้าโรงหนังไป แล้วผมจึงกลับมาหาแชมป์
.
น่าแปลกที่ผมไม่รู้สึกเสียดายเลย ที่จะไม่ได้ดูหนังกับเพื่อนๆ
แต่ตรงกันข้าม ทำไมผมถึงรู้สึกสดชื่น และดีใจที่ได้ดูหนังกับแชมป์
.
.
เพราะอะไรกันนะ
"เออ ว่าแต่ดูหนังเรื่องไรอ่ะ"
ผมถามแชมป์ในระหว่างที่กำลังซื้อป๊อปคอร์นหน้าโรงหนัง
.
.
"เพื่อน...กูรักมึงว่ะ"
"ห๊า"
ผมตกใจไปกับคำตอบ จนเกือบทำป๊อปคอร์นหล่นลงพื้น ส่วนพี่คนขายป๊อปคอร์นเหมือนจะได้ยินด้วย เห็นแกอมยิ้มใหญ่เลย - -*
ตอนแรกนึกว่าแชมป์บอกรักผมซะอีก
แต่มานึกขึ้นได้ ว่านี่มันชื่อหนังนี่หว่า เหอๆ
.
.
"แต่.........ทำไมถึงเป็นเรื่องนี้ล่ะ"
"ทำไม มีไรแปลกเหรอ"
ดูเหมือนแชมป์จะยังไม่รู้ตัว
.
.
"เอ่อ นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอว่านี่มัน...........หนัง........"
ผมตะกุกตะกักพูดไม่ออก จะบอกไงดีฟระ - -
"มีไรอ่ะ หนังมันทำไม ไม่หนุกหรอ"
แชมป์ยังคงถามผมอย่างหน้าตาเฉย (ไอพี่คนขายก็อมยิ้มใหญ่เลยนะ - -)
ผมดึงตัวแชมป์ออกมาจากตรงที่ขายป๊อปคอร์น
"ก็......มันเป็น..........."
"เป็น........?"
.
.
"เป็นหนังเกย์อ่ะ"
.
.
.
"ห๊ะ!!!!!!"
แชมป์ตะลึงทันทีที่ได้ยินคำตอบ
"นี่อย่าบอกนะว่า มาดูโดยที่ไม่รู้เนี่ย- -"
"เออดิ ว่าแล้ว ว่าทำไมไม่มีใครมาด้วยเลยสักคน"
อ่ะนะ พี่แกจะเรียกว่า ซื่อ หรือ บื้อ ดีเนี่ย - -
.
.
"แล้วตกลงเอาไง จะเข้าไปดูมั้ย"
ผมถามด้วยความวิตกหน่อยๆ ก็หนังเกย์นี่ กลัวของเข้าตัว - -
.
.
"ก็แล้วทำไมอ่ะ หนังเกย์แล้วไง ดูๆ ไปเหอะ ของฟรี เอาไรมาก ไหนๆ ก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย"
แชมป์ตอบกลับมาหน้าตาเฉยซะงั้น
"หรือนายกลัว เอ๊ะ หรือว่า................................"
"เฮ้ย อะไร ใครว่ากลัว ป๊าว"
ผมตอบกลับไปอย่างเลิ่กลั่ก แชมป์หยีตามองผมอย่างสงสัย
.
"เอาเหอะๆ เข้าไปดูเหอะ จะถึงเวลาฉายแล้ว ไปๆ"
แชมป์ตัดบทเองซะงั้น ฟู่ โล่งอก หวังว่าแชมป์คงยังไม่รู้ทีนะ เกี่ยวกับเรื่องของผมเนี่ย
.
.
เหมือนกลัวที่จะให้แชมป์รับรู้ว่าผมเป็นอะไร
กลัวว่าแชมป์จะยอมรับผมไม่ได้
.
.
แล้วทำไมผมถึงต้องแคร์มันด้วยล่ะ ถ้าเขาจะรู้แล้วยอมรับมันไม่ได้
.
เพราะอะไรกัน
.
.
.
ตลอดเวลาที่หนังฉายผมไม่ได้รับเอาเนื้อหาของหนังเข้าสู่สมองเลยแม้แต่น้อย
แต่มันมัวแต่ไปคิดถึงแชมป์เท่านั้น
.
จะมีก็แต่เพียงเพลงประกอบหนังเท่านั้นล่ะ ที่แทรกเข้ามาในความคิดของผม
และมันทำให้ผมคิดมากขึ้นไปทุกที
.
.
.
.
ความรู้สึกที่คลุมเครือนี้จะอธิบายอย่างไรดีนะ

จบตอนที่ 9

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

กลับสู่หน้าแรก


จิ๊บคุง
View full profile